เวลาที่ตัวเราต้องพบเจอกับปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ อย่าท้อเลยล้มแล้วก็ลุก ยิ้มให้กับตัวเอง ลองดูใหม่อีกซักตั้ง สองตั้ง เพราะจริง ๆ แล้ว เราอาจจะยังไม่เคย “ล้ม” จริง ๆ อย่างผู้ชายคนนี้ก็ได้ อ่อ แล้วอย่าลืมหันไปมองคนข้าง ๆ รอบตัวกันบ้าง ถ้าเห็นเค้าล้ม จงอย่ารอที่จะยื่นมาไปช่วยดึงเค้าขึ้นมา ความรักอยู่รอบ ๆ ตัวคุณ

        ถ้าเรื่องของนิคไม่สามารถทำให้เราเชื่อในเรื่องความรักของพระเจ้าและพลังของพระองค์ รวมถึงสิ่งที่ความเชื่อนั้นทำให้เกิดขึ้นได้ ก็คงไม่มีเรื่องไหนที่จะทำให้เราเชื่อได้อีกแล้ว

ไม่มีแขน ไม่มีขา แล้วไง

        ผม นิค วูจิซิค และผมขอยกความดีต่าง ๆ ให้เป็นของพระเจ้าสำหรับการให้โอกาสผมเข้าไปอยู่ในหัวใจของคนนับแสนทั่วโลก ผมเกิดมาโดยที่ไม่มีแขนขา ที่แม้แต่หมอก็ไม่สามารถหาคำอธิบายทางการแพทย์ สำหรับ “ข้อบกพร่อง” นี้ คุณน่าจะจินตนาการได้นะว่าผมต้องเจอกับความท้าทายและอุปสรรคมากมายเพียงไร

        เมื่อไหร่ก็ตามที่เราต้องเจอกับหลากหลายบททดสอบ จงคิดซะว่ามันเป็นความสุขอันบริสุทธิ์เถอะครับ ให้ถือซะว่าความเจ็บปวด ความทุกข์ยาก และการต่อสู้ดิ้นรนของเราเป็นความสุขอันบริสุทธิ์อย่างนั้นหรือ? ด้วยความที่พ่อแม่ของผมเป็นคริสเตียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อของผมที่เป็นคุณพ่อในโบสถ์ พวกเค้ารู้ซื้งในคำพูดนั้นเป็นอย่างดี

        คนทั้งโบสถ์โศกเศร้ากับเรื่องที่เกิดขึ้นกับการเกิดมาของผม และพ่อแม่ผมก็รู้สึกไปกับเรื่องเหล่านั้น ทุกคนถามว่า “ถ้าพระเจ้าเป็นพระเจ้าแห่งความรัก แล้วทำไมพระองค์ถึงยอมให้สิ่งเลวร้ายแบบนี้เกิดขึ้น ไม่ใช่กับใครอื่น หากแต่มันเกิดขึ้นกับครอบครัวคริสเตียนที่ทุ่มเทแบบนี้” พ่อผมไม่คิดว่าผมจะมีชิวิตอยู่ได้นานนัก แต่ผลการทดสอบกลับบอกว่าผมเป็นเด็กผู้ชายแข็งแรง สมบูรณ์ทุกอย่าง เพียงแค่ว่า แขนขาหายไปก็เท่านั้นเอง

        ผมรู้ว่าภายนอกผมต่างจากคนอื่นแต่ข้างในนั้นผมก็เหมือนกับทุกคนนั่นล่ะ มีหลายครั้งที่ผมรู้สึกแย่สุด ๆ จนไม่อยากไปโรงเรียน แต่กำลังใจจากพ่อแม่ที่มีให้ผมตลอดมา ในการที่จะไม่สนใจสิ่งเหล่านั้น และให้เริ่มมองหาเพื่อนโดยการพูดคุยกับเด็กบางคน ไม่นานนักเด็กนักเรียนเหล่านั้นก็รู้ว่าผมก็เหมือนพวกเขานั้นแหละ และจากตรงนั้น พระเจ้าก็อวยพรผมในการพบเพื่อนใหม่

        หลายครั้งหลายคราที่ผมรู้สึกสิ้นหวังและโกรธแค้น เพราะผมไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายผมได้ หรือไม่สามารถโทษใครได้เลยกับสิ่งที่เกิดขึ้น ผมไปโรงเรียนสอนศาสนาวันอาทิตย์และได้เรียนรู้ว่าพระเจ้ารักเราทุกคนและพระองค์ทรงห่วงใยเรา ผมก็เข้าใจความรักในแบบเด็ก ๆ แต่ผมไม่เข้าใจว่า ถ้าพระเจ้ารักผม ทำไมพระองค์ถึงทำให้ผมเป็นแบบนี้? เป็นเพราะว่าผมทำอะไรผิดหรือเปล่า? ผมคิดว่าผมต้องทำอะไรผิดแน่ ๆ เพราะจากเด็กทุกคนในโรงเรียน มีผมคนเดียวที่ประหลาด ผมรู้สึกเหมือนกับว่าผมเป็นภาระของคนรอบ ๆ ตัวผม และถ้าผมยิ่งตายเร็วเท่าไหร่ ทุกคนก็คงสบายขึ้นเท่านั้น ผมต้องการที่จะจบความเจ็บปวดและจบชีวิตนี้ด้วยอายุเพียงน้อยนิด แต่ผมก็ต้องขอบคุณอีกครั้งหนึ่ง สำหรับพ่อแม่และครอบครัวที่อยู่ตรงนั้นเพื่อผมตลอดเวลาเพื่อที่จะทำให้ผมรู้สึกดีและเข้มแข็ง

        และเรารู้ว่าพระเจ้ากระทำดีที่สุดในทุกสิ่งเพื่อคนที่รักพระองค์” คำพูดนั้นโดนใจผมมากและพิสูจน์ให้เห็นว่าไม่มีสิ่งที่เรียกว่า โชค หรือความบังเอิญที่ทำให้สิ่ง “เลวร้าย” นี้เกิดขึ้นในชีวิตของเรา

        ตอนนี้ผมอายุ 24 ปีและจบปริญญาตรีด้านการค้า เอกการวางแผนด้านการเงินและบัญชี ผมยังเป็นนักพูดสำหรับการให้กำลังใจและรักที่จะออกไปข้างนอกและแบ่งปันเรื่องราวของผมและเป็นพยาน ณ ที่ใดก็ตามที่โอกาสเป็นใจ ผมได้พัฒนาการพูดเพื่อให้เกี่ยวโยงกับการให้กำลังใจนักเรียนผ่านทางหัวข้อที่เป็นเรื่องท้าทายสำหรับเด็กวัยรุ่นในสมัยนี้ และนอกจากนั้นผมก็ยังเป็นนักพูดในภาคธุรกิจอีกด้วย

        บางทีเรื่องนี้อาจจะเป็นกำลังใจให้ใครๆ อีกหลายร้อยคนบนโลกใบนี้ ได้ยั้งคิดอะไรได้บางอย่าง คนที่ตกงาน คนที่กำลังท้อแท้ มองดูบุคคลคนนี้ ๆเป็นตัวอย่าง อิป้าว่าน่าจะคิดอะไรได้บ้าง…ไม่มากก็น้อย