ธอมัสไอเดีย ชี้แนวโน้มนักการตลาดเลือกดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งเป็นตัวช่วย เสริมแบรนด์และยอดขายให้เข้มแข็ง เผยจุดเด่นโอกาสเพิ่มการรับรู้และความรวดเร็วในการเข้าถึง ถือเป็นหัวใจ…

      นางสาวอุไรพร ชลสิริรุ่งสกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ธอมัสไอเดีย จำกัด กล่าวว่า ขณะนี้ สัดส่วนการใช้กลยุทธ์การตลาดแบบดิจิตอลขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมเครือข่ายและพฤติกรรมผู้บริโภค รวมถึงปริมาณเครื่องมือในการเข้าถึงสื่อที่เพิ่มขึ้น ทำให้นักการตลาดเล็งเห็นประสิทธิภาพจากกลยุทธ์การตลาดแบบดิจิตอล และเป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วโลก ขณะที่จำนวนผู้ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ในประเทศไทยก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสิ้น 4.8 ล้านคน โดยมีอายุระหว่าง 18-24 ปี กว่า 37% และ 25-34 ปี ประมาณ 34% ด้วยอัตราการใช้งานเฟซบุ๊ก 1.8 ล้านคน ยูทูป 1.15 ล้านคน และทวิตเตอร์ 9 หมื่นคนต่อวัน

ฟันธงไตรมาส4 การตลาดออนไลน์ไทยเข้ายุคเฟื่องฟู

      ปธ.กก.บริหาร บ.ธอมัสไอเดีย กล่าวต่อว่า ในปีที่ผ่านมา นักการตลาดไทยเริ่มรู้จักการตลาดแบบดิจิตอลแต่ยังไม่มีการศึกษาถึงกลไกหรือการลงทุน ถือเป็นการทดลองระดับเริ่มต้นเพื่อศึกษา ขณะที่ปี 2553 โซเชียลเน็ตเวิร์กมีปริมาณการใช้งานเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะช่วงวิกฤตการณ์ทางการเมือง การตลาดแบบดิจิตอลจึงได้รับความนิยม และมีส่วนแบ่งจากงบประมาณการตลาดทั้งหมดประมาณ 2-5% ส่งผลให้ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ มีการนำเสนอแอพลิเคชันผ่านเทคโนโลยี และโซเชียลเน็ตเวิร์กมากขึ้น คาดว่าภายในเดือนก.ย.จะมีแคมเปญออนไลน์ใหม่ๆ ที่เน้นการสร้างยอดขายมาสร้างสีสัน ในวงการสื่ออินเทอร์แอคทีฟอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้

      นางสาวอุไรพร กล่าวอีกว่า ส่วนกลยุทธ์และทิศทางการตลาดยุคดิจิตอล ที่นักการตลาดอาจนำมาใช้ในช่วงปลายปี ได้แก่ 1.การเชื่อมสัมพันธ์ด้วยสังคมออนไลน์ ที่เป็นเครื่องมือใหม่ที่นักการตลาดนิยมใช้ เนื่องจากสามารถติดต่อกับกลุ่มเป้าหมายเพื่อแจ้งข่าวหรือโปรโมชันได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังเพิ่มการรับรู้และสร้างชื่อเสียงเหมือนเป็นการเพิ่มยอดขายทางอ้อม 2.การสร้าง Brand Engagement ผ่านการนำเสนอเนื้อหาที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ของสินค้าและแบรนด์ได้ 3.การบริหาร CRM ออนไลน์

      ปธ.กก.บริหาร บ.ธอมัสไอเดีย กล่าวด้วยว่า สำหรับผู้ประกอบการที่ลงทุนด้านการตลาดออนไลน์อย่างเป็นระบบจะได้เปรียบกว่าคู่แข่งเรื่องการประมวลข้อมูลที่เกิดจากกิจกรรมอินเทอร์แอคทีฟ ต่อยอดสู่การทำตลาดแบบ One-on-One เพื่อกระตุ้นยอดขายจากกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุด และ 4.เข้าใจและเลือกใช้ Technology Platform สู่การเชื่อมโยงและถ่ายทอดอย่างครบถ้วน ทั้งเสียง ภาพ และวิดีโอ ทั้งยังเป็นการสร้างสีสันให้แอพลิเคชันใหม่ๆ และใกล้ชิดกับกลุมเป้าหมายมากกว่าเดิม

อ้างอิง : ไทยรัฐออนไลน์