หากต้องการเสริมพลังให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลองพิจารณาวิธีดังนี้
โยนลูกบอล

      เมื่อนักวิจัยชาวเยอรมันให้อาสาสมัครทดลองใช้มีอทั้งสองข้างสลับกันเดาะบอลกับพื้นหรือโยนบอลจากมือซ้ายไปมือขวากลับไปกลับมาเป็นเวลา 10 นาที ผลการทดลองพบว่าช่วยให้อาสาสมัครมีสมาธิและจดจ่ออยู่กับการทำงานดีขึ้น

ออกกำลังด้วยความเร็ว

      การออกกำลังกายอย่างเช่น วิ่ง ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ ด้วยความเร็วเป็นเวลา 3 นาที 2 ครั้ง ช่วยให้ความสามารถจดจำคำใหม่ได้เร็วขึ้น 20%
      เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่ออกกำลังกายด้วยวิธีดังกล่าว เพราะการออกกำลังกายเช่นนี้ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น กระตุ้นให้สมองส่วนความจำและการจดจำคำต่างๆทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนั้นผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยพิตต์เบิร์กยังพบว่า ผู้ที่ออกกำลังกายแบบแอโรบิกมีสมองส่วนความจำใหญ่กว่า ซึ่งช่วยให้จดจำเรื่องราวต่างๆได้มากกว่าคนที่นั่งๆนอนๆไม่ค่อยขยับร่างกายไปไหน 7%

เดิน

      ผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐมิชิแกนในสหรัฐอเมริกาพบว่า ผู้ที่เดินออกกำลังกายท่ามกลางธรรมชาติ เช่น ในสวนสาธารณะ ช่วยให้ควาจำและความตั้งใจจดจ่อทำสิ่งต่างๆดีขึ้น 20% เพราะการสัมผัสกับธรรมชาติเป็นวิธีที่ทำให้สมองได้พักผ่อนและกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สภาพแวดล้อมที่วุ่นวาย เสียงการจราจร หรือแสงไฟของป้ายโฆษณาต่างๆ ล้วนแต่ทำให้สมองสับสนจึงควรรีบไปเดินเล่น นั่งเล่นกับธรรมชาติกันบ้างนะคะ

มีเพื่อน

      เดอะอเมริกันเจอร์นัลออฟพับบลิกเฮลท์รายงานว่าผู้หญิงที่มีเพื่อนฝูงจำนวนมากหรือออกไปทำกิจกรรมทางสังคมเป็นประจำลดความเสียงในการเป็นโรคจิตเสื่อมลงได้ถึง 26% เพราะการติดต่อพูดคุยกับเพื่อนฝูงหรือคนอื่นก็เหมือนกับการเปิดโอกาสให้สมองได้ออกกำลังกายนั่นเองคะ
อย่าใช้สมองอย่างเดียว ต้องเติมพลังให้กับสมองบ้างนะคะ

ขอบคุณข้อมูลจาก นิตยาสารแพรว