Home » บทความดีๆ

ON-LINE MANNERS มารยาทก่อนคลิก (ตอนจบ)

3 August 2010 เข้าชม 997 One Comment
TAGS: Tags: , , , , , , , , ,

ON-LINE MANNERS มารยาทก่อนคลิก

        อีเมลกับเรื่องส่วนตัว
        ถ้าใครบอกว่าไม่เคยใช้อีเมลในเรื่องส่วนตัว คงเป็นไปได้สองอย่างคือ คนคนนั้นไม่ได้พูดความจริงหรือไม่ก็แทบไม่เคยเปิดอีเมลใช้ แม้ใครๆก็ใช้อีเมลในเรื่องส่วนตัวกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า พนักงานจะใช้อีเมลของบริษัทได้สนุกสนานตามใจชอบ

        ที่สหรัฐอเมริกา หลายเมืองมีกฎหมายไม่อนุญาติให้ลูกจ้างใช้อีเมลเพื่อเรื่องส่วนตัวโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร อย่างเช่น บริษัทไมโครซอพท์เคยมีคดีฟ้องพนักงานเพราะใช้อีเมลคุยเรื่องส่วนตัวจนไม่เป็นอันทำงาน แถมมีรายหนึ่งถูกฟ้องด้วยโทษฐานละเมิดทางเพศเพราะใช้อีเมลคุยเรื่องโจ๊กแบบสองแง่สองง่าม

ON-LINE MANNERS มารยาทก่อนคลิก (ตอนจบ)

        อาจมีบางคนโวยว่า การที่บริษัทมาตรวจสอบว่าการใช้อีเมลของพนักงาน ถือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล แต่พึงจำไว้ข้อหนึ่งว่า ตราบใดที่เราใช้เวลาของบริษัท เครื่องมือของบิรษัท และเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทในการส่งอีเมล อีเมลนั้นย่อมต้องเป็นสมบัติของบริษัทที่ทางบริษัทพึงตรวจสอบได้ สำหรับบ้านเรานั้นยังไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้ จึงขึ้นอยู่กับนโนบายของแต่ละบริษัทอีกทีว่าจะเข้มงวดกวดขันกันแค่ไหน
        แต่ทางที่ดีเราก็ไม่ควรเอาเวลาของบริษัทไปใช้ในการส่งอีเมลเรื่องส่วนตัวจนมากเกินไป การใช้อีเมลคุยเรื่องส่วนตัวก็ไม่ต่างจากการใช้โทรศัพท์เม้าธ์กับเพื่อน เอาเวลาไปเล่นเกม หรือโดดงานไปช็อปปิ้ง เพราะทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นการขโมยเวลางานของบริษัท แม้ว่าจะไม่ได้ร้ายแรงขนาดต้องไล่ออก แต่เวลาถูกเจ้านายเรียกมาตำหนิก็ต้องถือว่านั่นเป็นสิทธิ์อันสมควรที่เขาพึงจะทำได้ก็แล้วกัน

        นอกจากนี้ ควรระวังใช้อีเมลในการพูดคุยเรื่องที่เป็นความลับของบริษัท เช่น เงินเดือน การเลื่อนตำแหน่ง ผลประกอบการ ฯลฯ ต่อให้ลบทิ้งไปแล้วก็ไม่ปลอดภัยอยู่ดี เพราะอาจมีมือดีแอบแฮ็กเรื่องลับสุดยอดนี้แล้วส่งไปทั่วบริษัทให้ป่วนกันเล่น ซึ่งเรื่องแบบนี้ไม่ถือว่าเกินความสามารถของพวกสิงห์คอมพิวเตอร์อยู่แล้ว

ON-LINE MANNERS มารยาทก่อนคลิก (ตอนจบ)

        การแสดงอารมณ์ในอีเมล
        ความสะดวกของอีเมลทำให้หลายๆคนเป็นโรคขี้เกียจยกหูโทรศัพท์ หรือขี้เกียจนัดให้ออกมาเจอ เพราะส่งอีเมลไปบอกก็เหมือนกัน แต่อย่าลืมว่าอีเมลเป็นเครื่องมือสื่อสารแบบมิติเดียว ไม่สามารถบ่งบอกอารมณ์ของทั้งสองฝ่ายได้เท่ากับการเจรจากันซึ่งๆหน้า หรือโทรศัพท์ซึ่งยังฟังน้ำเสียงได้ ฉะนั้นการพึ่งพาอีเมลเพียงอย่างเดียวในการสื่อสารที่มีความอ่อนไหวมากๆ อาจต้องเสี่ยงกับการตีความผิด หรือทำให้ฝ่ายตรงข้ามรู้สึกว่าเรากำลังทำหยาบคายหรือห้วนกระด้างจนเกินไป เพราะการส่งอีเมลเป็นการส่งตัวอักษรล้วนๆ ไม่มีการสบตา ไม่มีการแสดงสีหน้า หรือแสดงภาษาท่าทางอะไรเลย ลองเทียบดูว่าข้อความที่เขียนในอีเมลว่า “ทำอย่างนั้นทำไม!!” กับการพูดประโยคเดียวกันนี้แบบเผชิญหน้ากัน ซึ่งมีทั้งแววตาล้อเลียน หรือสีหน้าอมยิ้ม กลับให้อารมณ์ที่แตกต่างกันคนละเรื่อง
        นอกจากนี้อีเมลยังเป็นการสื่อสารที่ฉับไวมาก (จนเกินไปในบางครั้ง) เผลอกดคลิกไปโดยไม่ตรวจทานให้ดีอาจไม่มีโอกาสได้แก้ตัวอีกเลยชาตินี้ เผลอๆกว่าจะรู้ตัวว่าเขียนผิดไปแล้วก็ผ่านไปเป็นวัน ซึ่งไปรู้ตอนเอามาอ่านทวนแล้วถึงรู้ว่าใช้คำพูดไม่เหมาะสม ไม่เหมือนการพูดผิดกันซึ่งๆหน้าที่เราสามารถร้อง “เอ๊ย” แล้วแก้ตัวได้ทันควัน หรือแค่อ่านจากสีหน้าฝ่ายตรงข้ามก็รู้แล้วว่ามีการผิดคิว

        แม้จะมีคนหัวใสประดิษฐ์คิดค้นสัญลักษณ์แสดงอารมณ์ต่างๆ เพื่อไว้ใช้บอกความรู้สึก แต่ถ้าจะให้ปลอดภัยละก็ อย่าวางใจว่าสัญลักษณ์ต่างๆนั้น จะสามารถสื่ออารมณ์ได้จริงแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้เครื่องหมายตกใจ (!!!) มักก่อให้เกิดการตีความผิดๆได้ เพราะในบางกรณีอาจทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนถูกตะคอก ยิ่งรัวกันมาเป็นแถวยาวๆ ตบท้ายด้วยเครื่องหมายคำถาม (??) คงให้ความรู้สึกคล้ายถูกด่าว่าโง่
        ส่วนพวกตัวอมยิ้มนั้น แม้จะช่วยผ่อนอารมณ์ให้ดูผ่อนคลายในเนื้อหาที่ค่อนข้างซีเรียส แต่ก็ควรใช้ให้ถูกจังหวะ เพราะบางครั้งอาจตีความเป็นการหัวเราะเยาะหรือประชดแดกดันได้เหมือนกัน

        ทางที่ดีจะป้องกันการเข้าใจผิดหรือแสดงอารมณ์อันไม่เหมาะสมออกไปโดยไม่ตั้งใจ ควรอ่านทวนอีเมลที่ร่างเสร็จแล้วอีกครั้ง โดยทิ้งเวลาไว้ให้ห่างพอสมควร (หากมีเวลา) ทั้งนี้เพื่อเป็นการตรวจสอบว่าใช้คำพูดเหมาะสมแล้วหรือยัง

        อย่าตอบอีเมลขณะโมโห ซึ่งคงไม่ต่างกับการทะเลาะกันตอนที่ต่างกำลังหน้ามืด ควรให้อารมณ์เย็นแล้วค่อยตอบ บ่อยครั้งที่เรามักเปลี่ยนใจไม่ใช้คำพูดรุนแรงหลังจากไฟโทสะมอดลงไปบ้างแล้ว เรื่องที่อ่อนไหวมากๆ พยายามใช้โทรศัพท์หรือพูดกันซึ่งๆหน้า บางครั้งอ่านอีเมลแล้วฉุนมาก เตรียมจะไปฉะคนส่งเสียหน่อย ปรากฎว่าอีกฝ่ายพูดไปยิ้มไป อารมณ์ฉุนเฉียวที่มีมาตอนแรกก็พลันสงบหายไปได้ทันที
        ”ON-LINE MANNERS” ทำได้ไม่ยากใช่ไหมค่ะ YES …

1 ดาว2 ดาว3 ดาว4 ดาว5 ดาว (2 โหวต, เฉลี่ย: 5.00)
Loading ... Loading ...

One Comment »

  • Sukjai said:

    มารยาทก่อนคลิก จริงๆ …ใช่เลยที่บอกว่า “กดคลิกไปโดยไม่ตรวจทานให้ดีอาจไม่มีโอกาสได้แก้ตัวอีกเลยชาตินี้” ยิ่งกับเรื่องงาน ระวังกันหน่อยนะค่ะ

Leave your response!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.