Home » มุมท่องเที่ยวไทย, มุมเด่น

ไหว้พระ 9 วัดที่อ่างทอง

      อ่างทอง แม้จะเป็นจังหวัดเล็กๆ เป็นเมืองผ่านในสายตาของใครและใครหลายคน แต่ที่นี่มีวัดงามๆที่น่าได้เยือนยลอยู่หลายวัดอีกทั้งยังมีพระองค์ใหญ่ให้กราบไหว้ไม่แพ้ที่ใด

      ทริปนี้เราประเดิมกันที่ “วัดป่าโมกวรวิหาร” ต.ป่าโมก อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ซึ่งมีฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นยุคสมัยสุโขทัย วัดนี้เป็นที่เลื่องลือแพร่หลายเกี่ยวกับองค์พระพุทธไสยาสน์ ที่มีความสำคัญและเป็นที่เคารพของชาวอ่างทอง

      พระพุทธไสยาสน์องค์นี้ องค์พระก่ออิฐถือปูนปิดทอง มีพระพักตร์รูปไข่ ความยาวจากพระเมาลีถึงพระบาท 22.58 เมตร มีประวัติการชะลอ ในปี พ.ศ.2268 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ โปรดเกล้าฯ ให้พระยาราชสงครามเป็นแม่กองงานจัดการชะลอพระพุทธไสยาสน์องค์นี้จากริมแม่น้ำน้อยไปไว้บริเวณวัดตลาด หลังจากนั้นทรงสร้างวิหารหลังใหม่ครอบไว้ ผนวกเอาวัดชีปะขาวเข้ากับวัดป่าโมกเป็นต้นมา ด้วยเพราะพื้นที่แห่งนี้ได้มีต้นโมกขึ้นอยู่จำนวนมาก

พระพุทธไสยาสน์วัดป่าโมก


      “วัดท่าสุทธาวาส” ต.บางเสด็จ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยาตอนต้น เป็นวัดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาด้านทิศตะวันออก เวลาศึกสงครามบริเวณนี้จะเป็นเส้นทางเดินทัพข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา

ภาพจิตรกรรมภายในอุโบสถวัดท่าสุทธาวาส

      สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ทรงรับวัดนี้ไว้ในพระราชอุปถัมภ์ จุดเด่นอันนอกเหนือจากการไหว้พระแล้ววัดนี้ยังมีจิตรกรรมฝาผนังร่วมสมัยภายในพระอุโบสถ ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จิตรกรส่วนพระองค์และนักเรียนในโครงการศิลปาชีพเขียนขึ้น มีหลากหลายเรื่องราว เช่น เรื่องพระมหาชนก ประวัติเมืองอ่างทอง แม้แต่ชาวบ้านในตำบลบางเสด็จก็ถูกนำมาแต้มแต่งที่นี่ อีกทั้งมีภาพฝีพระหัตถ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาที่ทรงจรดปลายพู่กันวาดผลมะม่วงไว้ด้วย

      ต่อมาที่ “วัดสี่ร้อย“ ต.สี่ร้อย อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่อายุราว 150 – 200 ปี มีตำนานรักชาติอันตราตรึง มีพระใหญ่อย่าง “พระพุทธรูปปางป่าเลไลย์” ขนาดใหญ่สูงขนาด 21 เมตร หน้าตักกว้าง 6 เมตรเศษ องค์พระทำด้วยปูนเรียกกันตาม ชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อโตวัดสี่ร้อย” หรือเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า “หลวงพ่อร้องไห้”

หลวงพ่อร้องไห้แห่งวัดสี่ร้อย

      เมื่อปี พ.ศ.2530 มีข่าวใหญ่ว่าหลวงพ่อวัดสี่ร้อยมีโลหิตไหลออกมาจากพระนาสิก ข่าวนี้ได้รับความสนใจจากคน ทั่วไปทั้งชาวอ่างทอง และจังหวัดใกล้เคียงต่างหาโอกาสมานมัสการ นอกจากนี้ภายในพระอุโบสถวัดนี้เคยมีภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างอยุธยา ที่มีความงดงามมาก ปัจจุบันภาพลบเลือนไปหมดแล้ว
      “วัดเขียน” ต.ศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง ภายในพระอุโบสถมีภาพเขียนฝาผนัง ที่งดงามแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับทศชาติชาดก สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือช่างสกุลเมืองวิเศษชัยชาญสมัยอยุธยาตอนปลาย ลายเส้นอ่อนช้อยหลากหลายเรื่องราว ผนังทิศใต้เป็นเรื่องมโนห์รา ตลอดจนเรื่องสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ป่าหิมพานต์ ก็เล่าเรื่องไว้อย่างละเอียดปราณีต

ภายในพระอุโบสถวัดเขียน

      “วัดขุนอินทประมูล” ต.อินทประมูล อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทองก็คงเหมือนมาไม่ถึงอ่างทอง ที่วัดนี้มีพระนอนหรือพระพุทธไสยาสน์องค์ขาวใหญ่ วัดจากยอดพระเกตุเมาลีจนถึงปลายพระบาทยาว 50 เมตร พระพักตร์หันไปทางทิศเหนือ พระเศียรหันไปทางทิศตะวันออก

พระพุทธไสยาสน์ขุนอินทประมูล

      พระนอน วัดขุนอินฯ มีพระนามว่า ”พระพุทธไสยาสน์ขุนอินทประมูล” สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยสุโขทัย โดยพระยาเลอไทสร้างขึ้นเป็นพระพุทธบูชา และได้ขนานพระนามว่าขณะนั้นว่า พระพุทธไสยาสน์เลอไทนฤมิต เดิมประดิษฐานอยู่ในวิหารแต่ถูกไฟไหม้ปรักหักพังไป เหลือแต่องค์พระประดิษฐานอยู่กลางแจ้งมานานนบร้อยปี องค์พระนอนมีพุทะลักษณะที่งดงาม พระพักตร์ยิ้มละไม สงบเยือกเย็นน่าเลื่อมใสศรัทธายิ่งนัก

      “วัดม่วง” อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ที่หลวงพ่อเกษม อาจารสุโภ ต้องการนำเงินที่ได้จากแรงศรัทธาก่อให้เกิดเป็นรูปธรรม จึงจัดสร้างพระพุทธรูปขึ้น โดยก่อนที่หลวงพ่อมรณภาพลง ได้ตั้งนามองค์พระว่า ”พระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ” หรือ “หลวงพ่อใหญ่”

พระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญแห่งวัดม่วง

      พระนามนี้หลวงพ่อเกษมตั้งใจสร้างองค์พระนี้ เพื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 องค์พระ ได้เสร็จสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2550 มีขนาดหน้าตักองค์ 63.05 เมตร มีความสูงจากฐานองค์พระ ถึงยอดเกศา 95 เมตร

      “วัดต้นสน” อ.เมือง จ.อ่างทอง เป็นวัดเก่าแก่โบราณ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางสะดุ้งมาร พระนามว่า สมเด็จพระพุทธนวโลกุตตรธัมมบดีศรีเมืองทอง หรือเรียกชื่อย่อว่า “สมเด็จพระศรีเมืองทอง” ที่หล่อด้วยโลหะทั้งองค์ลงรักปิดทอง นับเป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะขนาดใหญ่ที่สุดองค์แรกและมีพุทธลักษณะที่สวยงามมากอีกองค์หนึ่ง

สมเด็จพระศรีเมืองทอง พระพุทธรูปปางสะดุ้งมารแห่งวัดต้นสน

      “วัดราชปักษี” หรือ วัดนก อ.เมือง จ.อ่างทอง สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยา เป็นวัดอยู่ริมแม่น้ำน้อย วัดนี้ภายในวัดมีพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่มีความศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่สักการะบูชา และเป็นที่พึ่งทางใจของชาวบ้านในท้องถิ่นพระนอนองค์นี้มีขนาดเดียวกับพระนอนที่วัดป่าโมกฯ

พระนอนแห่งวัดราชปักษี

      “วัดไชโยวรวิหาร” หรือ วัดเกษไชโย อ.ไชโย จ.อ่างทอง ที่ในสมัยรัชกาลที่ 4 สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) แห่งวัดระฆังโฆสิตาราม ธนบุรี ได้ขึ้นมาสร้างพระพุทธรูปปางสมาธิองค์ใหญ่หรือหลวงพ่อโตไว้กลางแจ้ง เป็นปูนขาวไม่ปิดทอง

      ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้เสด็จฯ มานมัสการและโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์วัดไชโยขึ้นเมื่อ พ.ศ.2430 แต่แรงสั่นสะเทือนระหว่างการลงรากฐานพระวิหารทำให้องค์หลวงพ่อโตพังลงมาจึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างหลวงพ่อโตขึ้นใหม่ตามแบบหลวงพ่อโต วัดกัลยาณมิตร และพระราชทานนามว่า ”พระมหาพุทธพิมพ์”

รูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต

      นอกจากนี้ในวิหารที่หันหน้าออกสู่แม่น้ำยังเป็นที่ประดิษฐาน “รูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์” (โต พรหมรังสี) สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2437 องค์หลวงพ่อโตประดิษฐานอยู่ในพระวิหารที่มีความสูงใหญ่สง่างามแปลกตากว่าวิหารแห่งอื่นๆ

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)สำนักงานสุพรรณบุรี (พื้นที่รับผิดชอบ : สุพรรณบุรี อ่างทอง ชัยนาท) โทร./โทรสาร 0-3553-6030,0-3553-6189,0-3553-5789

1 ดาว2 ดาว3 ดาว4 ดาว5 ดาว (2 โหวต, เฉลี่ย: 5.00)
Loading ... Loading ...

2 Comments »

  • lekk said:

    สวยงาม น่าไปนมัสการมากๆๆค่ะ ขอบคุณนะคะสำหรับสิ่งดีๆๆที่นำมาให้ศึกษา และชื่นชม สู้สู้นะคะ!!!

  • Maduras said:

    Title

    [...]very handful of websites that come about to become comprehensive beneath, from our point of view are undoubtedly nicely really worth checking out[...]

Leave your response!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.