Home » ผลิตภัณฑ์ใหม่, มุมเด่น

8 ยอดขุนพลมือถือโดนสมาร์ตโฟนเด็ด

:: Mobile Expo: 8 ยอดขุนพลมือถือโดนสมาร์ตโฟนเด็ดห้ามพลาดในงาน Thailand Mobile Expo 2011 Hi-End! ::

 

มหกรรมโทรศัพท์มือถือแห่งสยามประเทศอย่าง Thailand Mobile Expo 2011 Hi-End จะเปิดฉากขึ้นตั้งแต่วันที่ 2-5 มิถุนายน 2554 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งแน่นอนว่าหลายๆคนก็คงจะเก็บหอมรอมริบเงินกันมาอย่างเต็มที่เพื่อที่จะนำมาใช้จ่ายซื้อหาสมาร์ตโฟนเครื่องใหม่ดีๆเอาไว้ใช้งานกันซักเครื่องหนึ่งภายในงานนี้ด้วย

ทว่าภายในงาน Mobile Expo ครั้งนี้ก็ไม่ได้มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆจากผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือมาเปิดตัวกันอยู่เพียงเจ้าสองเจ้าเท่านั้น แต่ขนกันมาแบบจัดหนักกับสมาร์ตโฟนหลากรุ่นหลายยี่ห้อตั้งแต่ราคาเหยียบ 20,000 บาทไล่เรียงไปจนถึงรุ่นราคา 399 บาทก็ยังมี (เข้าไปชมโปรโมชั่นทั้งหมดภายในงาน Mobile Expo ได้ในเว็บ TechXcite ของเราเลยครับ) รวมกันแล้วเฉียดๆ 100 กว่ารุ่นเห็นจะได้

แล้วอย่างนี้จะเลือกซื้อสมาร์ตโฟนเครื่องไหนดีละ? หลายคนอาจจะเกิดคำถามเหล่านี้ขึ้นมาบ้างเมื่อเจอกับกองทัพสินค้าละลานตาวางขายกันภายในงาน Mobile Expo ยั้วเยี้ยะเต็มไปหมด ก็เลยนึกสนุกอยากจะขอหยิบยกเอาสมาร์ตโฟนน่าสนใจภายในงาน Thailand Mobile Expo 2011 Hi-End ครั้งนี้ออกมาพูดถึงกันสัก 8 รุ่นซึ่งก็คงไม่มากไม่น้อยจนเกินไป เผื่อว่าหลายๆคนที่สนใจจะได้ใช้เป็นแนวทางหรือไกด์ไลน์สำหรับการเลือกซื้อหรือสั่งจองสมาร์ตโฟนสักรุ่นมาใช้งานกัน อันนี้ก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใดนะครับ ^_^

ปล. อย่างไรก็ตามขอย้ำว่าลิสต์เหล่านี้ไม่ได้เรียงตามลำดับความสำคัญและเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของพวกเราทีมงาน TechXcite เท่านั้นนะครับ เพราะสุดท้ายแล้วก็คงขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้ใช้งานสมาร์ตโฟนเองนั่นแหละครับว่าจะเลือกซื้อหามือถือรุ่นไหนที่เหมาะกับตัวเองดีกันแน่

8 ยอดขุนพลมือถือโดนสมาร์ตโฟนเด็ดห้ามพลาดในงาน Thailand Mobile Expo 2011 Hi-End

1. Samsung Galaxy S II

แรงด้วยดูอัลคอร์ จอสีบาดตา ราคาบาดใจ

ราคา: 18,900 บาท (สั่งจอง)

จุดเด่น: สมาร์ตโฟนที่มีระบบประมวลผลแรงที่สุดในโลกด้วย Dual Core CPU ความเร็ว 1.2GHz ที่ได้รับการคาดหวังว่าจะเป็นสุดยอดมือถือแอนดรอยด์ประจำปีนี้

ถือได้ว่าเป็นพระเอกของงาน Thailand Mobile Expo 2011 Hi-End ในครั้งนี้เลยก็ว่าได้กับสมาร์ตโฟนแอนดรอยด์แห่งปี 2011 อย่างเจ้า Samsung Galaxy S II ที่ออกมาเพื่อสานต่อความแรงของรุ่นแรก Samsung Galaxy S ที่หาญกล้าไปท้าทายเทพเจ้า iPhone 4 มาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปีที่ผ่านมาและก็ประสบความสำเร็จไปเป็นอย่างดีในหมู่เหล่าสาวก Android จากทั่วโลกมาแล้ว

โดยการกลับมาในคราวนี้บอกได้คำเดียวว่าทางฝั่ง Apple คงได้หนาวๆร้อนๆกันบ้างเมื่อ Samsung ได้จัดการอัพเกรดขุมพลังภายในเครื่องไปใช้งานชิปเซ็ตประมวลผลแบบ Dual Core ความเร็วถึง 1.2GHz ซึ่งทำให้ Samsung Galaxy S II กลายเป็นโทรศัพท์มือถือที่มีระบบประมวลผลความเร็วสูงที่สุดไปแล้ว เช่นเดียวกับหน่วยประมวลผลกราฟฟิกแยกสำหรับเกมส์ 3D โดยเฉพาะเพื่อให้ผู้ใช้งานโทรศัพท์ได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่แทบไม่แตกต่างจากการใช้งานโน้ตบุ๊คเลยเสียด้วยซ้ำ

ที่สำคัญก็คือราคาของ Samsung Galaxy S II นั้นมาแรงกว่าตัวสเปคภายในไปมากมายเพียงแค่ 18,900 บาทเท่านั้นพร้อมโปรโมชั่นจาก 3 โอเปอเรตอร์ภายในงาน Thailand Mobile Expo 2011 Hi-End อีกเพียบ

นอกจากนี้ Samsung Galaxy S II ยังพยายามฉีกหนีจากคู่แข่งอย่าง iPhone 4 ด้วยการใส่คุณสมบัติที่ Apple ไม่สามารถให้ท่านได้ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอแบบ Super AMOLED Plus ขนาดใหญ่ถึง 4.3 นิ้ว, ตัวเครื่องบางเฉียบเพียง 8.49 มม., กล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซลพร้อมฟีเจอร์บันทึกวิดีโอแบบ Full HD 1080p, ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 2.3 อันแสนเปิดกว้างครอบด้วยอินเตอร์เฟซ TouchWiz 4.0 เวอร์ชันล่าสุด, พอร์ต MHL ควบรวมทั้ง microUSB และ HDMI ไว้ด้วยกัน รวมถึงระบบ Samsung Kies สำหรับโอนถ่ายไฟล์กับเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านโดยไม่ต้องต่อสาย USB อีกต่างหาก

2. LG Optimus Black

จอแจ่มจรัส สัมผัสบางเบา เพียงมือเดียวก็เสียวได้ (อย่าคิดลึก)

ราคา: 20,900 บาท (ขายแล้ว)

จุดเด่น: สมาร์ตโฟนที่มีระดับความสว่างหน้าจอสูงสุดแต่กินไฟน้อยสุดในบรรดาสมาร์ตโฟนด้วยกัน แถมยังมีน้ำหนักบางเบาสะดวกแก่การพกพาอีกด้วย

นอกเหนือจากจะมีรุ่น LG Optimus 2x ที่ถือได้ว่าเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกที่ใช้งานซีพียูแบบดูอัลคอร์และ LG Optimus 3D สุดอลังการงานสร้างด้วยระบบสามมิติแล้วที่จะเปิดตัวครั้งแรกภายในงาน Thailand Mobile Expo 2011 Hi-End ครั้งนี้แล้ว เชื่อได้เลยว่าอีกหนึ่งสมาร์ตโฟนแอนดรอยด์ที่จะสวมบทบาทเป็นพระเอกประจำบูธของ LG ในงานครั้งนี้นั้นไม่น่าจะหนีพ้นไปจากชื่อของ LG Optimus Black ไปได้อย่างแน่นอน

โดยความโดดเด่นของ LG Optimus Black นั้นสามารถสัมผัสกันได้ตั้งแต่รูปลักษณ์ภายนอกเลยด้วยซ้ำกับการที่ตัวเครื่องเลือกใช้งานเทคโนโลยีหน้าจอ NOVA Display ที่ให้ค่าความสว่างหน้าจอสูงสุดถึง 700 nits (มากกว่า iPhone 4 ที่ทำได้เพียง 400 nits ไปแบบคนละชั้นเลยทีเดียว) ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถใช้งาน LG Optimus Black กลางแดดจ้าได้อย่างไม่มีหวั่นว่าจะเจอจอดับ (อย่าคิดลึก) รวมถึงการแสดงผลสีขาว-ดำบนหน้าจอและค่า contrast ที่เป็นธรรมชาติกว่าแถมยังช่วยประหยัดพลังงานการกินไฟจากหน้าจอลงถึงกว่า 50 เปอร์เซนต์อีกต่างหาก

ขณะเดียวกัน LG Optimus Black เองก็ยังคงใส่ใจคุณสมบัติในแง่การทำงานของสมาร์ตโฟนอย่างครบถ้วนด้วยการใส่ซีพียูความเร็ว 1GHz มาให้ซึ่งจะช่วยให้ระบบการประมวลผลต่างๆภายในเครื่องเป็นไปได้อย่างไหลลื่น รวมถึงน้ำหนักตัวเครื่องที่มีความบางเพียง 9.4 มม.และเบาแค่ 109 กรัมเท่านั้นซึ่งถือได้ว่าเป็นสมาร์ตโฟนจอ 4 นิ้วที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในโลกเวลานี้แล้วเพื่อความสะดวกในการพกพาของผู้ใช้

นอกจากนี้ LG Optimus Black ยังจะมาพร้อมกับกล้องหน้า 2MP -กล้องหลัง 5MP พร้อมแฟลช, ระบบการโอนถ่ายข้อมูลด้วย Wi-Fi Direct และ Gesture Control สำหรับควบคุมการทำงานโทรศัพท์มือถือแม้จะถือด้วยมือเพียงข้างเดียวก็ตาม

3. HTC Sensation

 เพชฌฆาตหน้าเปื้อนยิ้มแห่งสมาร์ตโฟนจากโลกอนาคต

ราคา: 18,900 บาท (สั่งจอง)

จุดเด่น: สมาร์ตโฟนที่หาญกล้าขึ้นมาท้าชน Galaxy S II ด้วยความเร็วซีพียูและราคาที่เท่ากัน พร้อมเคลือบความอร่อยด้วยอินเตอร์เฟซ Sense 3.0 ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้สุดๆ

ค่าย HTC กลับมาอีกครั้งกับปรากฏการณ์ที่เหนือธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ใน HTC Sensation ที่ถือได้ว่าเป็นโทรศัพท์มือถือระดับท็อปคลาสตัวต้นๆในโลกสมาร์ตโฟนแอนดรอยด์เวลานี้ ด้วยการใช้งานระบบปฏิบัติการ Android 2.3 Gingerbread เวอร์ชันล่าสุดที่มีความเสถียรมากขึ้น แถมจะว่าไปแล้วยังน่าจะใช้งานได้ง่ายขึ้นกว่ามือถือ Android 2.3 ตามท้องตลาดโดยทั่วไปเสียอีกด้วยการที่พวกเขาใส่อินเตอร์เฟซ HTC Sense เอาไว้ภายในเครื่องนั่นเอง 

ซึ่งแน่นอนว่าจุดขายหลักใน HTC Sensation นั้นก็คือระบบอินเตอร์เฟซที่พัฒนาขึ้นเองของทางค่ายในเวอร์ชันใหม่ล่าสุดอย่าง HTC Sense 3.0 ที่ได้รับการยกย่องจากสื่อหลายสำนักว่านี่คือว่าเป็น custom interface ที่มีรูปแบบการใช้งานเป็นมิตรกับยูสเซอร์บนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์มากที่สุด ด้วยการวางเลย์เอาต์การใช้งานต่างๆและลูกเล่นเล็กๆน้อยๆที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของค่าย HTC ที่ถือคติว่าลูกค้าต้องมาก่อนเป็นสำคัญเสมอมา โดยในเวอร์ชัน 3.0 นี้จะมีจุดเปลี่ยนสำคัญก็คือการเพิ่มหน้าตาของอินเตอร์เฟซจะมีความเลิศหรูอลังการด้วยเอฟเฟกต์ในแบบ 3D สุดสวยงามนั่นเอง

อย่างไรก็ตามแม้ฉากหน้าจะดูเป็นเด็กน้อยไร้เดียงสาที่ไม่ว่าใครก็อดรักใคร่เอ็นดูไม่ได้ ทว่าขุมพลังภายในเครื่องของ HTC Sensation นั้นต้องบอกว่าไม่ธรรมดาเลยจริงๆเพราะอาศัยการประมวลผลผ่านชิปเซ็ตแบบ Dual Core ความเร็ว 1.2GHz เคียงบ่าเคียงไหล่กับ Samsung Galaxy S II มาคู่กันเลยทีเดียว ขณะที่หน้าจอของ HTC Sensation นั้นก็ให้มาอย่างจุใจกับ qHD ขนาด 4.3 นิ้ว ความละเอียดถึง 540*960 พิกเซลที่เหมาะสมกับการรับชมภาพยนตร์เป็นอย่างยิ่ง รวมไปจนถึงกล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซลพร้อมแฟลช LED คู่สำหรับคนรักการถ่ายภาพด้วย

4. Blackberry Bold 9780

เมนต์นิดแชตหน่อย สวรรค์เครื่องน้อยๆของคนชอบแชร์

ราคา: 13,900 บาท (ขายแล้ว)

จุดเด่น: สมาร์ตโฟนสำหรับสาวๆที่อดใจไม่ได้ที่จะแชร์ประสบการณ์ทุกสิ่งอันในชีวิตของเธอร่วมกับเพื่อนร่วมโลกด้วย 2 ฟังก์ชั่นเด็ด BBM และ PIN

ถ้าหากไม่นับมือถือขาประจำอย่าง iPhone 4 แล้วเครื่องประดับคู่กายแบบไอทีๆของเหล่าสาวน้อยสาวใหญ่ทั่วราชอาณาจักรไทยในเวลานียังไงเสียคงหนีไม่พ้นโทรศัพท์มือถือ Blackberry กันอย่างแน่แท้ เรียกได้ว่าไม่ว่าจะเดินไปที่ไหนก็จะต้องเห็นคุณเธอทั้งหลายห้อย BB คล้องคอเอาไว้เหมือนเป็นจตุคามรามเทพเพื่อความอุ่นใจในการเข้าสังคมอย่างไม่มีผิดเพี้ยนเลยละ ซึ่งเมื่อว่ากันถึงวัตถุมงคลแล้วยังไงเสียก็ต้องมีรุ่นพิมพ์นิยมที่นักเลงพระทั้งหลายต้องมี ซึ่ง BlackBerry เองก็มีรุ่นยอดฮิตติดตลาดแบบที่ว่านี้อยู่เช่นกันกับ BlackBerry Bold 9780 ที่เรากำลังจะพูดถึงตัวนี้นี่เองงงง…..

สำหรับสมาร์ตโฟนตระกูล BlackBerry นั้นหลายท่านคงพอจะทราบกันดีอยู่แล้วคุณสมบัติอันเป็นเอกลักษณ์ของมันก็คือระบบการแชตหรือสนทนาแบบออนไลน์ผ่าน BBM ที่สามารถโต้ตอบกันได้อย่างรวดเร็วและมีความเป็นเอกเทศด้วยระบบการแลก PIN นั่นเอง ซึ่งฟีเจอร์เหล่านี้ก็แน่นอนว่าได้รับการถ่ายทอดมายัง BlackBerry Bold 9780 อย่างครบครัน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคุณผู้หญิงที่พร้อมจะลงแดงตายหากไม่ได้ถ่ายรูปข้าวกลางวันแล้วอัพขึ้น Facebook ให้เพื่อนร่วมโลกได้ชื่นชมกันเป็นขวัญตา (ทุกวัน)

ยิ่งมาบวกกับคุณสมบัติภายในเครื่องอย่างแผงคีย์บอร์ด QWERTY เต็มเซ็ต, Trackpad, หน้าจอ LCD ความละเอียด 480*360 พิกเซล, ระบบปฏิบัติการ BlackBerry OS 6 และกล้องหลังความละเอียด 5 ล้านพิกเซลที่อาจฟังดูเหมือนน้อยไปแล้วสำหรับสมาร์ตโฟนยุคใหม่ แต่สำหรับการใช้งานแบบง่ายๆอย่างการเมาธ์กระจายกับเพื่อนหรือเมนต์บน Facebook สำหรับคุณผู้หญิงแล้วบอกได้คำเดียวว่าเพียงพอแบบถมเทไปเลยละ งานนี้เรียกได้ว่าสาวๆคนไหนยังไม่มี BlackBerry Bold 9780 เอาไว้ใช้งานก็ถือว่าเอาต์สุดๆแล้วละ!

5. Nokia X7

โทษทีครับเจ้านาย…ผมคิดว่าซิมเบียนมันตายไปแล้ว

ราคา: 14,500 บาท (ขายแล้ว)

จุดเด่น: สมาร์ตโฟนตัวใหม่จาก Nokia ที่พิสูจน์แล้วว่า Symbian ยังมีหนทางไปต่อในโลกโทรศัพท์มือถือ

ในขณะที่คนรุ่นใหม่ในบ้านเรามัวแต่แห่แหนไปกับกระแสไอโฟนและบีบี เช่นเดียวกับที่ตลาดสมาร์ตโฟนในเวลานี้กว่าครึ่งก็โดนแพลตฟอร์มแอนดรอยด์เทกโอเวอร์ไปเกือบหมดแล้ว เชื่อหรือไม่ครับว่ายังมีอีกระบบปฏิบัติการหนึ่งที่หลายคนอาจจะเผลอลืม (หรือแกล้งลืม) กันไปแล้วทั้งที่ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยได้ชื่อว่าเป็นเบอร์หนึ่งของโลกโทรศัพท์มือถือมาแล้ว ใช่ครับ…เรากำลังพูดถึง Symbian OS กันอยู่นั่นเอง

สำหรับ Symbian ในความเห็นของหลายคนนั้นเชื่อว่ามันหมดอนาคตไปแล้วนับตั้งแต่ Nokia จับมือ Microsoft ร่วมพัฒนา Nokia WP7 ขึ้นมา ทว่าสุดท้ายก็ยังคงมีแสงสว่างสำหรับซิมเบียนอยู่ ณ ปลายทางอุโมงค์กับเวอร์ชันอัพเดตล่าสุด Symbian Anna ที่จะได้รับการนำมาใส่ไว้ใน Nokia X7 รุ่นนี้ด้วยนั่นเอง

Nokia X7 นั้นจะใช้งานระบบปฏิบัติการ Symbian Anna เวอร์ชันล่าสุดที่ได้รับการอัพเกรดให้มีประสิทธิภาพในการทำงานที่รวดเร็วขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเว็บเบราเซอร์ที่ไวขึ้นกว่าเดิม รวมถึงหน้าตาอินเตอร์เฟซที่ใช้งานได้ง่ายและดูมีคลาสขึ้นกว่าสมาร์ตโฟนซิมเบียนรุ่นก่อนๆเยอะ ดูแล้วค่อยให้ความรู้สึกว่านี่คือหน้าตาที่ควรจะเป็นของสมาร์ตโฟนจริงๆนะ โดยตัวเครื่อง Nokia X7 นั้นก็มาพร้อมกับดีไซน์สวยเก๋เท่ไม่ซ้ำใครกับรูปทรงแบบสี่เหลี่ยมลบขอบสุดแนวต่างจากบอดี้แบบเดิมที่เราเห็นกันได้ในมือถือ Nokia ตามท้องตลาดทั่วไปด้วย

นอกจากนี้ Nokia X7 ยังจะเลือกใช้งานหน้าจอแบบ AMOLED ขนาด 4 นิ้วซึ่งผลิตจาก Gorilla Glass ที่มีความสามารถในการทนต่อแรงขีดข่วนจากภายนอกได้อย่างสูง, ซีพียู ARM11 ตัวเดียวกับในรุ่น N8 และ E7, 256MB RAM, กล้อง 8 ล้านพิกเซลพร้อมแฟลช LED คู่ โดยจะมาพร้อมกับการ์ดหน่วยความจำ 8GB ภายในเครื่องด้วยซึ่งสามารถเพิ่มเติมหน่วยความจุได้อีก 32GB ผ่าน microSD ได้อีกต่างหาก

6. Motorola Atrix

ตั้งโต๊ะ ต่อจอ ติดด็อค จะลงล็อคท่าไหนก็ตามแต่ใจคุณ

ราคา: 19,900 บาท (สั่งจอง)

จุดเด่น: สมาร์ตโฟนที่มาพร้อมกับฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อแบบครบครัน ปรับแต่งเป็นได้ทั้งมือถือในมือคุณหรือเน็ตบุ๊คขนาดย่อมก็ไม่มีปัญหา

ขึ้นชื่อว่าเป็นสมาร์ตโฟนยุคใหม่ประจำพ.ศ.นี้แล้วก็อย่าหวังเลยครับว่ามันจะมีแค่เอาไว้ใช้โทรเข้า-ออกหรือเล่นเกมส์งูเหมือนอย่างสมัยก่อนแค่นั้นมันคงจะอยู่ไม่ได้ในตลาดมือถือปัจจุบันเป็นแน่ ว่าแล้วค่าย Motorola เลยไม่คิดหยุดนิ่งอยู่กับสมาร์ตโฟนสายพันธุ์อึดอย่าง Motorola Defy แต่จะขอกระโดดข้ามขั้นไปเล่นตลาดสมาร์ตโฟนระดับไฮเอนด์ด้วย Motorola Atrix ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติที่แม้แต่อุปกรณ์รุ่นใหญ่ยังต้องอายเสียเลย

สำหรับ Motorola Atrix ตัวนี้แม้ว่าจะยังคงปฏิบัติการบนระบบ Android 2.2 Froyo (อัพเกรดเป็น 2.3 Gingerbread ได้ในอนาคต) แต่ตัวเครื่องจะอาศัยขุมพลังจากโปรเซสเซอร์ Tegra 2 แบบ Dual-Core และ RAM ในตัวเครื่องอีก 1GB เพื่อเพิ่มความแรงในการประมวลผลการทำงานและกราฟฟิกต่างๆให้สูสีกับแทบเลตหรือเน็ตบุ๊คกันเลยทีเดียว

และที่บอกว่ามีความคล้ายคลึงกันกับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเน็ตบุ๊คนั้น เราไม่ได้ถึงเฉพาะคุณสมบัติทางด้านฮาร์ดแวร์เพียงอย่างเดียวแต่อย่างใด เพราะในส่วนของลักษณะภายนอกนั้นคุณสามารถเชื่อมต่อ Motorola Atrix เข้ากับด็อคแบบพิเศษที่มีชื่อว่า Motorola Lapdock ที่จะแปลงโฉมให้โทรศัพท์มือถือตัวนี้สามารถใช้งานเป็นเน็ตบุ๊คขนาดย่อมๆได้อีกต่างหากด้วยแผงคีย์บอร์ดเต็มรูปแบบ, พอร์ตการเชื่อมต่อครบถ้วน และเบราเซอร์ Firefox เวอร์ชันเต็มเพื่อประสบการณ์การท่องอินเตอร์เน็ตบนมือถือที่สมบูรณ์กว่า

นอกจากนี้แล้ว Motorola Atrix ยังจะมาพร้อมกับสเปคในส่วนอื่นๆที่น่าสนใจไม่แพ้กันไม่ว่าจะเป็นหน้าจอแบบ qHD ขนาด 4 นิ้ว, หน่วยความจำภายใน 16GB, อัพความจุเครื่องผ่าน microSD Card ได้ถึง 32GB, กล้อง 5 ล้านพิกเซลพร้อมแแฟลช LED รองรับการบันทึกวิดีโอแบบ HD รวมถึงแบตเตอรี่ความจุมากถึง 1930 mAh เลยทีเดียว

7. Sony Ericsson Xperia Arc

ที่สุดความบันเทิงทั่วฟ้าเมืองไทยรวมไว้ในมือท่าน

 

ราคา: 19,900 บาท (ขายแล้ว)

จุดเด่น: สมาร์ตโฟนเพื่อผู้ชื่นชอบคุณสมบัติด้านความบันเทิงเป็นหลักทั้งหน้าจอสุดคมชัดด้วย Bravia Engine และกล้อง 8 พิกเซลพร้อมเซนเซอร์ Exmor R

ในปัจจุบันนี้ฟีเจอร์และคุณสมบัติด้านความบันเทิงนั้นถือได้ว่ามาเป็นอันดึบหนึ่งในแง่ของความสำคัญที่ผู้ใช้งานจะซื้อหาอุปกรณ์ไอทีมาใช้งานสักเครื่อง เพราะคงจะไม่เพียงพอแล้วกับการนั่งดูทีวีอยู่บ้านฆ่าเวลาเพื่อความบันเทิงใจตราบเท่าที่ชีวิตส่วนใหญ่ของเรานั้นต้องใช้เวลาถึง 2 ใน 3 ไปกับการอยู่นอกบ้านเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งทาง Sony Ericsson รู้ใจทุกท่านและเตรียมพร้อมตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้ด้วยการส่ง Sony Ericsson Xperia Arc ออกวางตลาดในบ้านเราแล้ว

สำหรับ Sony Ericsson Xperia Arc นั้นมาพร้อมกับหน้าตาและการดีไซน์ที่เน้นความโค้งมนสวยงามตามสไตล์ค่ายนี้เป็นหลัก โดยตัวเครื่องจะมาพร้อมกับขุมพลังซีพียู Snapdragon ความเร็ว 1GHz, 512MB RAM และระบบปฏิบัติการ Android 2.3 Gingerbread ในการประมวลผลต่างๆผ่านการแสดงผลบนหน้าจอความคมชัดสูงที่เรียกว่า Reality Display ขนาด 4.2 นิ้วซึ่งขับเคลื่อนโดย Sony Mobile BRAVIA Engine ที่จะทำให้ภาพมีสีสันสวยงามและสว่างบนหน้าจอโทรศัพท์มากกว่าเดิมนั่นเอง

ขณะเดียวกันส่วนที่เป็นไฮไลต์สำคัญของ Sony Ericsson Xperia Arc นั้นน่าจะอยู่ในส่วนของฟีเจอร์ด้านการถ่ายภาพและบันทึกวิดีโอที่จัดมาให้แบบไม่มียั้งกับกล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซลซึ่งใช้งานเซ็นเซอร์ Sony Exmor R เพื่อให้คุณสามารถถ่ายภาพในสภาวะที่มีแสงน้อยได้ดีขึ้นกว่าเดิม ส่วนฟังก์ชั่นการใช้งานนั้นก็แทบจะไม่แตกต่างจากกล้องคอมแพกต์ทั่วไปทั้งระบบออโต้โฟกัส, Touch Focus, Face Detection, Smile Detection หรือระบบกันสั่นก็ตาม รวมถึงความสามารถในการบันทึกวิดีโอแบบ HD ความละเอียดสูงสุด 1280*720 พิกเซลอีกด้วย

8. iPhone 4

อภิมหาอมตะนิรันดร์กาลมือถือยอดฮิต โทรติดทุกเครือข่าย

 

ราคา: 16GB-22,250 บาท , 32GB-26,000 บาท (ขายแล้ว)

จุดเด่น: สมาร์ตโฟนที่เป็นมากกว่าสมาร์ตโฟน รองรับฟังก์ชั่นการใช้งานกับทุกไลฟ์สไตล์ในสังคมที่ทำให้ใครหลายคนตกเป็นทาสของ Apple มาแล้วทั่วโลก

หากเปรียบเทียบให้ Samsung Galaxy S II เป็นเสมือนนายแบบหน้ายาว ณเดชน์ คูกิมิยะ ที่กำลังอยู่ในกระแสความสนใจของชาวบ้านร้านตลาดในเวลานี้แล้ว ถ้าอย่างนั้นสำหรับ iPhone 4 เองก็คงไม่ต่างอะไรกับหนุ่มลูกครึ่งอนันดา เอเวอริ่งแฮมที่ทั้งหน้าตาก็ดี มีผลงานเข้าตามาก็หลายรอบ แถมยังสามารถพลิกบทบาทการแสดงได้ร้อยแปดไม่ว่าจะเป็นหนังบู๊, หนังรัก หรือแม้กระทั่งหนังธรรมะก็ไม่เคยหวั่น!

สำหรับสรรพคุณของ iPhone 4 นั้นคิดว่าเราคงไม่ต้องสาธยายอะไรให้มากมายอีกแล้วหากวัดจากรางวี่รางวัลต่างๆที่ Apple คว้ามาได้มากมายจากผลิตภัณฑ์ตัวนี้ ขณะที่ทั่วโลกต่างก็ให้ความสนใจทุกครั้งที่ iPhone ออกวางจำหน่ายเช่นเดียวกับปริมาณความต้องการ iPhone นั้นก็มักจะมีเข้ามามากกว่าปริมาณสินค้าพร้อมขายอยู่ตลอดเวลา ซึ่งนั่นก็พอจะพิสูจน์ความเป็นแก็ดเจ็ตห้ามพลาดของ iPhone 4 ได้เป็นอย่างดีทีเดียวเลยละ

โดยในงาน Thailand Mobile Expo 2011 Hi-End ครั้งนี้ทั้ง 3 ค่ายโอเปอเรเตอร์ใหญ่ในบ้านเราไม่ว่าจะเป็น AIS, DTAC หรือ True เองต่างก็จะนำเอา iPhone 4 ในสังกัดของตัวเองพร้อมกับโปรโมชั่นแพ็คเกจรูปแบบต่างๆออกมากำนัลแด่คนที่อยากมีอยากได้ iPhone 4 ไว้ใช้งานกันอย่างแน่นอน ซึ่งไฮไลต์สำคัญนั้นคงจะอยู่ในส่วนของ iPhone 5…เอ๊ย! iPhone 4 สีขาวที่ต้องตาตรึงใจสาวก Apple ในบ้านเราจนอยากไขว่คว้าไปนอนกอดเล่นกันซักเครื่องนั่นเอง

อ้างอิง :  TechXcite

1 ดาว2 ดาว3 ดาว4 ดาว5 ดาว (1 โหวต, เฉลี่ย: 5.00)
Loading ... Loading ...

One Comment »

  • ขายนาฬิกา said:

    ขอบคุณมากเลยค่ะ กำลังหาอยู่พอดีเลย

Leave your response!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.