Home » มุมสุขภาพ

ยาที่(ไม่)ควรทานคู่กัน

      เหรียญยังมีสองด้าน ทุกอย่างจึงมีคู่แฝดเสมอ อาจเป็นแฝดเหมือนหรือต่างกันก็ได้ ไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่องของยารักษาโรคก็เช่นกัน ต้องมีคู่แฝดของมัน ทั้งยาที่ทานคู่กันแล้วดี และทานคู่กันแล้วเป็นอันตรายถึงชีวิต ซึ่งนั่นอาจเกิดจากความไม่รู้นั่นเอง

      วันนี้จะมาแนะนำวิธีทานยาที่ถูกต้องซึ่งเป็น “แฝดดี” ยิ่งรู้วิธีทานที่ถูกต้อง จะยิ่งเสริมสุขภาพและรักษาโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกลุ่มที่ควรทานร่วมกัน จะช่วยเสริมให้ดีขึ้น มีดังต่อไปนี้
      วิตามินซีกับคอลลาเจน จะช่วยกันสร้างเนื้อเยื่อใหม่ให้ใสปิ๊ง และไม่เหี่ยวหย่อนคล้อย
      ธาตุเหล็กกับวิตามินซี ทานธาตุเหล็กให้ดีจะถูกดูดซึมเข้าไปใช้ได้ และต้องทานคู่กันกับวิตามินซี เช่น ถ้าจะทานเลือดหมูให้ได้ธาตุเหล็ก ก็ควรทานกับผักที่มีวิตามินซีสูง เช่นใบตำลึงก็จะดีไม่น้อย
      แคลเซียมกับแมกนีเซียม แคลเซียมจะดูดซึมได้ดีต้องมี “ตัวช่วย” พามันเข้าไป ได้แก่แมกนีเซียม วิตามินดี และวิตามินเค ซึ่งอยู่ในแสงแดดและผักเขียวตามลำดับ วิตามินเอ ซี และอี พยายามทานไปด้วยกันเป็นดี หรือสูตรที่ดีคือทานวิตามินซีเพียงตัวเดียว ส่วนวิตามินเอกับอีนั้น ทานจากผักคะน้าและถั่วลิสงสักวันละกำมือ

      ถ้าทานคู่กันก็จะส่งเสริมกัน ถือเป็น “แฝดดี” คราวนี้ขอนำเสนอ “แฝดร้าย” เรียกได้ว่าถ้าทานคู่กันแล้วอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ โดยกลุ่มที่ไม่ควรทานร่วมกัน มีดังนี้
น้ำมันปลากับแอสไพริน คู่ร้ายอันดับแรก โดยน้ำมันปลานี้มีฤทธิ์ช่วยให้เลือดใส ไม่หนืดเหนียว ส่วนแอสไพรินก็มีฤทธิ์เดียวกัน คือช่วยให้ไม่เกิดลิ่มเลือดจับแข็งเป็นก้อนตัน เมื่อทานคู่กันจะทำให้เลือดไหลไม่หยุด แม้การกรอฟันเพียงนิดก็อาจทำให้เลือดออกได้ราวกับผ่าตัดใหญ่
      แคลเซียมเสริมกับแคลเซียมสด ถ้าคุณทานงาดำได้วันละ 4 ช้อนโต๊ะหรือเต้าหู้ขาวแข็งวันละ 3 ขีดก็จะได้แคลเซียมราว 1,000 มิลลิกรัมอยู่แล้ว ซึ่งถ้าไปหาแคลเซียมเม็ดมาทานเติมอีก จะทำให้แคลเซียมเกิน ทำให้ระยะยาวอาจเกิดนิ่วในไตได้
      กาแฟกับแคลเซียม ขอให้เลี่ยงทานแคลเซียมร่วมกับกาแฟ เพราะกาแฟจะไปยับยั้งการดูดซึม แคลเซียม นอกจากนั้น ยังไปดึงแคลเซียมออกจากกระดูกอีกด้วย
      ธาตุเหล็กกับเลือดจางธาลัสซีเมีย เป็นไม้เบื่อไม้เมากันทีเดียว ขอให้ลืมความเชื่อที่ว่า ถ้าเลือดจางต้องทานธาตุเหล็ก เพราะมันไม่เสมอไป หากเป็นเลือดจางชนิดธาลัสซีเมียแล้ว ไปทานธาตุเหล็กเสริมจะเท่ากับเติมยาพิษให้กับหัวใจและตับตัวเอง
      ท้ายที่สุด จะเห็นว่าการทานยานั้น มีข้อควรระวังอยู่มาก เมื่อเทียบกับการทานอาหารโดยธรรมชาติที่โอกาสเกิดการผสมกันแล้วเป็นพิษนั้นมีน้อยมาก จึงขอให้ทานยาเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และระมัดระวังไม่ไปจับคู่ทานยาผิด อาจทำให้เกิดผลเสียตามมาได้

ที่มา: วารสารกิจการสัมพันธ์เครือธนาคารกสิกรไทย

1 ดาว2 ดาว3 ดาว4 ดาว5 ดาว (4 โหวต, เฉลี่ย: 5.00)
Loading ... Loading ...

One Comment »

  • Peerapat Peereeyanon said:

    ได้ความรู้เกี่ยวกับวิตามินมากเลยครับ

Leave your response!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.