Home » ชอนชู หัวใจเพื่อแผ่นดิน

ชอนชู หัวใจเพื่อแผ่นดิน(ตอน101)

คณะของพระนางซุงด๊อกเดินทางกลับ โครยอ พระนางและคังโจต่างมีความแค้นกับพระพันปีเหมือนกัน จึงต่างสัญญากันว่าจะกลับมาแก้แค้นให้กับคังซินและพี่น้องชาวโครยอที่ตายไปให้ได้

ชอนชู หัวใจเพื่อแผ่นดิน

–@@–

ด้านองค์ชายวังซง หลังจากได้ข่าวว่าพระมารดาเสียชีวิตก็ไม่ยอมเรียนหนังสือ แต่ เอาเวลามาเรียนยิงธนูกับฮอนอูน แม้ฮอนอูน จะเคี่ยวเข็ญเมื่อถึงเวลาเรียนหนังสือก็ตาม ร้อนถึง พระมเหสียอนฮึงจึงมาต่อว่าองค์ชาย พร้อมสั่งห้ามไปยิงธนูอีกเด็ดขาด แต่องค์ชายวังซงไม่ฟัง และว่าไม่สนใจทั้งเรื่องเรียนและราชบัลลังก์ และขอให้ยอนฮึงเลิกยุ่งเกี่ยวกับตนเองเสียที องค์ชายถูกกดดันจึงชักหมดสติไป

โจซังกุงรีบมากราบทูลพระเจ้าซองจงให้รีบไปดูองค์ชาย หลังจากหมอหลวงตรวจร่างกายเสร็จก็กราบทูลว่าองค์ชายเป็นโรคลมบ้าหมู สร้างความตกใจให้กับพระเจ้าซองจงและพระมเหสียอนฮึง เป็นอย่างมาก

“โรคลมบ้าหมูเหรอ นี่มันอะไรกันเนี่ย เด็กคนนี้เป็นคนที่จะครองราชย์ต่อจากข้าเป็นลมบ้าหมูได้ยังไง?”

“ตอนที่หมดสติไปครั้งก่อนกระหม่อมก็สงสัยอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้คงจะใช่แน่” หมอหลวงกราบทูล

“ครั้งก่อนเหรอ เคยเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาแล้วอย่างนั้นเหรอ?” พระเจ้าซองจงกล่าวอย่างแปลกพระทัย

“เพคะท่านอ๋อง ตอนที่องค์ชายทราบ ข่าวการสิ้นพระชนม์ของพระนางซุงด๊อกก็เคย หมดสติไปเหมือนวันนี้เพคะ”

“แล้วจะต้องทำยังไง ถึงจะ..รักษาให้หายได้น่ะ”

“ขอประทานอภัย โรคนี้..ไม่มีทางรักษา หาย”

“ไม่มีทางเหรอ เจ้าหมายความว่ายังไงหา”

“โรคลมบ้าหมูขององค์ชาย นอกจากจะรักษาไม่ได้ เมื่อตรวจดูพระอาการแล้ว อนาคตจะยิ่งเป็นมากขึ้น โดยที่ไม่มีสัญญาณใดเตือนล่วงหน้าพ่ะย่ะค่ะ และอาจจะถึงขั้นที่ไม่อาจขึ้นครองราชย์ได้”

“บังอาจ ระวังคำพูดเจ้าหน่อย แล้วทำไม คราวที่แล้วเจ้าถึงตรวจไม่พบ” ยอนฮึง ตวาด

“ตอนนั้น อาการยังไม่มากนัก กระหม่อม ไม่กล้ายืนยันว่าเป็นลมบ้าหมู คิดว่า..เป็นเพียงเพราะได้รับความสะเทือนใจมากจนเกินไป ขอประทานอภัย..”

“เป็นไปไม่ได้ จะเป็นได้ยังไง?” พระเจ้า ซองจงถึงกับอึ้งไป

“ท่านอ๋อง ๆ เป็นอะไรรึเปล่าเพคะ”

“ไม่ได้นะ เด็กคนนี้จะต้องครองราชย์ต่อจากข้า ไม่ได้นะ” พระเจ้าซองจงถึงกับหมดสติไปอีกคน

–@@–

“พระเจ้าซองจงฟื้นขึ้นมาก็พบว่าองค์ชายวังซงป่วยและจำเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เลย ทำให้พระเจ้าซองจงคิดมาก ประกอบกับพิษในร่างกายยังคงค้างอยู่ในพระวรกาย จึงล้มป่วยหนักจนไม่สามารถออกว่าราชการได้ พระเจ้าซองจงจึงมีพระบรมราชโองการให้พระมเหสียอนฮึงออกว่า ราชการแทน

“พวกเจ้าตั้งใจฟังที่ข้าจะพูดให้ดี ตอนนี้บ้านเมืองของเรากำลังอยู่ในวิกฤติ เพราะท่านอ๋องออกว่าราชการเองไม่ได้ ถึงข้าจะสามารถช่วยว่าราชการแทนท่านอ๋องได้ แต่เรื่องอาการป่วยขององค์ชายแคลองห้ามแพร่งพรายให้ใครรู้เด็ดขาด เพราะถ้าหากข่าวนี้เกิดรั่วไหลออกไป พวกขุนนางจะต้องขอให้ถอดจากว่าที่ผู้ปกครองโครยอแน่ ดังนั้นก่อนที่ท่านอ๋องจะหายจากอาการประชวร จะต้องไม่ให้ใครรู้เรื่องนี้โดยเด็ดขาด และถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปเมื่อไหร่ พวกเจ้าทั้ง 3 คนจะต้องตายด้วยมือของข้า เข้าใจรึเปล่า? ตอบมาสิ ว่าเข้าใจกันรึเปล่า”

–@@–

พระมเหสียอนฮึงประกาศให้เหล่าเสนาบดีทุกคนถึงอาการป่วยของพระเจ้าซองจง รวมไปถึงตนเองจะออกว่าราชการแทน เหล่าเสนาต่างวิพากษ์วิจารย์ และวิตกจนเกินเหตุ เหล่าเสนายังคัดค้านการว่าราชการของพระมเหสีเนื่องจากเป็นผู้หญิง และว่าเมื่อพระเจ้าซองจงไม่สามารถทำหน้าที่ได้ ก็ควรให้องค์ชายวังซงทำหน้าที่แทน

ชอยรังกล่าวเห็นด้วยที่พระมเหสีจะว่าราชการแทนท่านอ๋อง เพราะองค์ชายวังซงยังเด็กเกินไป วอนซุงรีบเสริมเพราะต้องการให้ลูกสาวตนเองเป็นใหญ่ ซึ่งเท่ากับเปิดทางยิ่งใหญ่ให้ตนเองด้วย

–@@–

พระนางซุงด๊อกเดินทางกลับมาถึงโครยอ สร้างความดีใจให้กับเหล่าประชาชนเป็นอย่างมาก แต่เมื่อเรื่องนี้แพร่ไปถึงในวัง ทำให้พระมเหสีตกพระทัยเป็นอย่างมาก ที่พระนางซุงด๊อกไม่ได้สิ้นชีวิตตามที่มีข่าว

“เจ้าว่าอะไรนะ เมื่อกี้..เจ้าพูดจริงรึเปล่าหา? เจ้ากำลังบอกว่า พระนางซุงด๊อกมีพระชนม์ชีพกลับมางั้นเหรอ?”

“ใช่พ่ะย่ะค่ะพระมเหสี เป็นข่าวที่ได้รับมาจากทางเมืองอันยูงพ่ะย่ะค่ะ”

“เป็นไปได้ยังไงกัน คราวก่อนทาง ชี่ตันก็ได้ส่งชุดเกราะกลับมาแล้วไม่ใช่เหรอ?” ชอยซอมแปลกใจเช่นกัน

“เพราะอยู่ในช่วงชุลมุนอาจเข้าใจผิดกันได้ ได้ยินว่าพระนางซุงด๊อกถูกจับเป็นเชลย ยังมีพระชนม์ชีพอยู่ที่นั่นมาตลอดพ่ะย่ะค่ะ”

“อะไรกันนี่ จัดพิธีศพไปแล้ว แต่กลับยังอยู่”

“ไม่ใช่แค่นั้นพ่ะย่ะค่ะ พระพันปีชี่ตัน.. ชื่นชมในน้ำพระทัยของพระนางซุงด๊อก จนถึงกับยอมปล่อยเชลยทั้งหมดกลับมาด้วยพ่ะย่ะค่ะ” คอมอึยกราบทูล

“กลับมาพร้อมเชลยด้วย โอ้โห นี่ ช่างเป็นข่าวดีจริงจริง”

“ใช่ เป็นข่าวดีมาก ฮ่ะ ๆ จากข่าวที่รายงาน ประชาชนในซอ-กยองโห่ร้องสรร เสริญยินดีกันใหญ่ ทรงร่วมสู้รบเองแล้วยังช่วยเหล่าเชลยกลับคืนมาได้อีก เรียกว่ากลับมาอย่างวีรสตรีเลยก็ว่าได้”

“ตอนนี้ ท่านอ๋องจะได้วางหินที่ทับแน่นอยู่ในพระทัยได้สักที ยินดีด้วยพ่ะย่ะค่ะพระมเหสี”

“ขอบใจทุกท่าน อาจเป็นเพราะฟ้าได้ยินเสียงสวดอธิษฐานของเราทุกคนกระมัง สุดท้ายถึงได้เกิดปาฏิหาริย์แบบนี้ขึ้นจนได้” ยอนฮึงดีพระทัยมาก

“พระมเหสี รีบไปกราบทูลเรื่องนี้กับท่านอ๋องเถอะพ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋องจะต้องดีพระทัยมากแน่”

“คงทำอย่างนั้นไม่ได้ท่านอำมาตย์ ข้าบอกแล้วไงว่าตอนนี้ ท่านอ๋องยังไม่ควรได้รับรู้เรื่องที่สะเทือนพระทัย”

“แต่ว่าพระมเหสี นี่ไม่ใช่ข่าวร้ายนะพ่ะย่ะค่ะ จะว่าเป็นข่าวดีที่สุดก็ว่าได้ ไม่แน่ว่าเมื่อท่านอ๋องทรงทราบเรื่องแล้วอาจจะหายประชวรก็เป็นได้”

“คงไม่ใช่หรอก หมอหลวงก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอ ไม่ว่าจะข่าวดีหรือจะเป็นข่าวร้ายไม่สำคัญหรอก แต่ที่สำคัญคือ ท่านอ๋องต้องสงบพระทัยก่อน ไม่ว่าเป็นข่าวอะไรก็อาจจะทำให้กระเทือนต่อพระพลานามัยของพระองค์ได้” พระมเหสีหนักใจมาก

–@@–

พระนางซุงด๊อกกลับมาวังมองบ๊อกอีกครั้ง และตรงไปกราบรูปของพระอัยยิกาทันที

อ้างอิง : เดลินิวส์

1 ดาว2 ดาว3 ดาว4 ดาว5 ดาว (ยังไม่มีคนโหวต)
Loading ... Loading ...

One Comment »

  • Hipolito M. Wiseman said:

    I just want to tell you that I’m beginner to weblog and seriously savored this web page. Likely I’m likely to bookmark your site . You surely have superb well written articles. With thanks for sharing with us your blog site.

Leave your response!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.