Home » ชอนชู หัวใจเพื่อแผ่นดิน

ชอนชู หัวใจเพื่อแผ่นดิน(ตอน137)

“ข้าไม่มีทางที่จะมอบอำนาจให้กับเค้าอย่างแน่นอน ได้โปรดอย่าเอาเรื่องส่วนตัวของข้าไปเหมารวมกับการปกครอง ข้าก็เป็นคนนึงที่มีสิทธิที่จะรักชอบใครก็ได้”

ชอนชู หัวใจเพื่อแผ่นดิน

$$$$$$$$$$$

อิลลามารายงานคิมชียัง เรื่องที่อำมาตย์กับคังกัมชันต้องการให้พระพันปีรักษาระยะห่างกับคิมชียัง จากนั้นอิลลาก็ถามเรื่องความสัมพันธ์ กับพระพันปีและคิดว่าคิมชียังคงไม่ได้รักพระพันปีจริง และเลือกที่จะทิ้งพวกตนไปเพื่อความสัมพันธ์ ด้านคิมชียังรีบพูดตัดบททันที

$$$$$$$$$$$

พระนางชอนชู ตัดสินใจจะปล่อยตัว พระนางยอนฮึงกลับไป แต่คิมวอนซุงต้องถูกลงโทษ ส่วนที่เหลือก็จะเนรเทศ แต่คิมชียังทูลว่าการปล่อยตัวคิมวอนซุง อาจเป็นผลดีมากกว่า

“หมายความว่ายังไง?”

“เพราะมีคนของเค้ามาเจรจากับกระ หม่อม ว่าจะให้ทรัพย์สินทั้งหมด เพื่อแลกกับ ชีวิตคิมวอนซุง”

“เพื่อแลกกับชีวิตของคิมวอนซุงน่ะเหรอ?”

“ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“ไม่ได้เด็ดขาด เค้าคิดจะฆ่าลูกข้าครั้งแล้วครั้งเล่านะ ข้าจะยอมปล่อยเค้าไปไม่ได้”

“พระพันปี แต่ว่าในตอนนี้เค้าเป็นแค่พ่อค้าที่ไม่มีอำนาจอะไรเท่านั้น ถ้าฆ่าเค้า นอกจากได้แก้แค้น พระองค์ก็จะไม่ได้อะไรอีกเลย ไม่ใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ การได้ทรัพย์ จะเป็นประโยชน์ต่อพระองค์ ต่อประเทศ ต่อโครยอ และต่อบ้านเมืองเรามากกว่า”

“ท่านไม่ได้ต้องการความถูกต้อง แต่ต้องการแค่เงินใช่มั้ย?”

“ใช่พ่ะย่ะค่ะ นั่นเป็นปัจจัยสำคัญในการจะสร้างประเทศให้แข็งแกร่งนะพ่ะย่ะค่ะ คิดดูว่าพระองค์จะทำยังไง เมื่อไหร่ที่ถึงฤดูเก็บเกี่ยว เกณฑ์แรงงาน ก็จะต้องมีทรัพย์จ่ายให้กับพวกแรงงาน พระองค์ลองนึกถึงสถานการณ์โดยรวมดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ ได้โปรดนึกถึงส่วนรวมด้วยพ่ะย่ะค่ะพระพันปี”

$$$$$$$$$$$

พระพันปีชอนชู เสด็จมาหาพระเจ้ามกจง บอกเรื่องที่จะปล่อยตัวพระมเหสียอนฮึง ไป

“นี่ท่านพูดจริงรึเปล่า”

“ใช่ แต่ว่าเจ้าจะต้องสัญญาก่อนว่าเจ้าจะไม่ทำกิริยาแบบนั้นออกมาอีกนะ เจ้าสัญญากับข้าได้รึเปล่า?”

“ได้เลยพ่ะย่ะค่ะ”

“แม่ยังมีอีกเรื่องนึง ฝ่าบาทคิดที่จะอภิเษกรึยังล่ะ?”

“บอกว่า..อภิเษกเหรอ?”

“ที่ผ่านมาพวกเราไม่ค่อยมีเวลาจะมาคิด เพราะยุ่งแต่กับเรื่องการสถาปนา แต่ว่าก็ถึงเวลาแล้ว จะยังไงการอภิเษกเพื่อมีทายาทก็เป็นหน้าที่ของพระราชานะ”

“จะให้ไปอภิเษกกับใครเหรอ?”

“กับคนที่เจ้าเพิ่งอยู่ด้วยเมื่อกี้ไง”

“หะ? ท่านหมายถึงซอนน่ะเหรอ?”

“ทำไม หรือว่าเจ้าไม่ชอบนาง”

“ข้าต้องชอบอยู่แล้ว แต่ว่าพวกเรา สนิทกันเกินไปรึเปล่า?”

“งั้นก็ยิ่งง่ายสิ นางก็เป็นคนที่เข้าใจเจ้าดี เป็นคนที่ช่วยเหลือเจ้าได้ดีกว่าใครทั้งนั้น และอาจจะช่วยเจ้าได้ดีกว่าแม่ซะอีก”

“เสด็จพี่ ทำไมถึงมาแอบฟังพวกเค้าคุยกันล่ะพ่ะย่ะค่ะ”

“เจ้าฟังอยู่รึเปล่า ซอน”

“ไม่ได้ฟังเพคะ พระพันปี” ซอนจอง กล่าวทูล

$$$$$$$$$$$

พระพันปีชอนชู เรียกประชุมเหล่าขุนนาง

“นี่เป็นมติของราชสำนัก สำหรับคดี การก่อกบฏ ก่อนอื่นขอตัดสินในอดีตขุนนาง คิมซิมอูน ซอนซินยู และอียังให้ถูกเนรเทศออก ไปในข้อหาก่อการกบฏ ในส่วนของพระนางยอนฮึงนั้น จะได้รับการยกเว้นโทษโดยเห็นแก่ที่เคยเป็นพระมเหสี ส่วนคิมวอนซุง บิดาของพระ มเหสีนั้น เนื่องจากเค้ายอมสละทรัพย์สินทั้งหมด จึงจะได้รับการเว้นโทษประหาร”

“เป็นพระปรีชายิ่งพ่ะย่ะค่ะ”

“เรื่องต่อมา ข้ายังมีข่าวดีที่จะประกาศต่อขุนนางทุกท่าน ตอนนี้ฝ่าบาทเจริญวัยถึงเวลาที่ควรอภิเษกได้แล้ว ฝ่าบาทจึงตัดสินพระทัย จะอภิเษกกับองค์หญิงซอน ซึ่งเป็นพระธิดาของ อดีตพระมเหสีมุนด๊อก ข้าจะให้กรมพิธีการเลือก เพื่อเตรียมจัดการงานอภิเษกสมรสในครั้งนี้”

“นี่เป็นข่าวที่นับเป็นมงคลของราชวงศ์อย่างยิ่งพ่ะย่ะค่ะ ยินดีด้วยพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”

$$$$$$$$$$$

คิมวอนซุงถูกปล่อยตัวกลับมา เมื่อพระมเหสียอนฮึง เห็นสภาพพ่อของตนก็ตกใจ

“ท่านพ่อคะ ไม่เป็นไรใช่มั้ย?”

“จะไม่เป็นไรได้ยังไงกัน อายุ 60 แล้วยังต้องมาถูกทรมานอย่างโหดเหี้ยมอย่างนี้ โอ้ย ๆ หลังของข้า”

“ข้าต้องแก้แค้นในเรื่องนี้คืนให้ได้ ดังนั้นท่านพ่อไม่ต้องเป็นห่วง พักรักษาตัวอยู่ที่นี่ให้สบายใจ”

“ไม่ ข้าจะไปจากนี่ ข้าไม่อยากทำให้เจ้าเดือดร้อน”

“พ่อยอมจ่ายทรัพย์สินไปทั้งหมดแล้ว เค้าถึงยอมให้ท่านรอดกลับมาแบบนี้”

“ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก ต่อให้พวกมันเอาไปทั้งหมด ฮิ ๆ ข้าก็ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ แน่”

“ท่านหมายความว่ายังไงหา?”

“ไม่มีอะไรหรอกน่า เจ้าดูแลตัวเองให้ดี ข้าจะต้องหาทางแก้แค้นพวกมันให้จงได้ พวกมันใส่ร้ายข้า ทรมานข้าซะขนาดนี้ ข้าสาบานว่าจะต้องตอบแทนพวกมันอย่างสาสมแน่” วอนซุง กล่าว

$$$$$$$$$$$

กัมชันทูลเสนอให้มีการจัดประลอง ยุทธ์ เพื่อหายอดฝีมือของประเทศในวันพิธีอภิเษก คังโจก็เห็นด้วยเสนอให้ผู้ชนะได้เข้ารับราชการบางตำแหน่งด้วย

“อืม ถือว่าเป็นความคิดที่ดี เพราะความจริงแล้วตอนอยู่ที่ฮึงเลบู ข้าก็ไปเจอคนที่จะเข้าร่วมประลองได้คนนึง”

“อ้อ จริงหรือพ่ะย่ะค่ะ พวกกระหม่อมก็ไปพบเจอยอดฝีมือจากทางเหนือมาด้วยเหมือนกันพ่ะย่ะค่ะ”

“อ้อ อย่างนั้นรึ?”

“พระพันปี ต้าเหลียวส่งราชทูตมาเฝ้า พ่ะย่ะค่ะ” ชอยฮังเข้ามาทูล

$$$$$$$$$$$

เจิลลอนเป็นทูตจากต้าเหลียวมาเข้าเฝ้าพระเจ้ามกจง

“กระหม่อมแม่ทัพยายูลเจิลลอนแห่ง ต้าเหลียว นำพระราชโองการจากพระราชามามอบแด่ผู้ปกครองใหม่แห่งโครยอ”

“ขอบใจมากนะ ที่ท่านอุตส่าห์เดินทางมา”

“เพราะฉะนั้น ท่านอ๋องโปรดรับพระราชโองการของฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ” เจิลลอล กล่าวทูล

“อย่าเพิ่งรับ ดูเหมือนท่านแม่ทัพจะใช้สรรพนามเรียกขานผิดนะ โครยอประกาศเป็นเอกราช ดังนั้น ท่านจะต้องเรียกพระราชาของเราว่าฝ่าบาทถึงจะถูก เพราะตอนนี้ เราไม่ได้เป็นประเทศราชแล้ว” พระนางชอนชู ตรัส

“กระหม่อม คงจะทำไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ”

“เพราะอะไรล่ะ”

“โครยอ ยังถือเป็นดินแดนประเทศราช ของอาณาจักรต้าเหลียวอยู่ จะเรียกผู้ปกครองเมืองประเทศราชว่าพระราชาได้ยังไง นั่นเป็นสิ่งที่จะยอมรับไม่ได้โดยเด็ดขาด”

“ไม่ยอมรับงั้นเหรอ? แล้วถ้าข้าไม่สนล่ะ เจ้าจะทำยังไง?” พระพันปีชอนชู ตรัส

$$$$$$$$$$$

ตอน 47

“พระพันปี จะต้องให้กระหม่อมย้ำเตือนถึงสิ่งที่พระองค์ต้องเผชิญที่ต้าเหลียวอีกหรือไม่ พ่ะย่ะค่ะ และความดื้อรั้นของพระองค์อาจจะทำให้ชาวโครยอต้องพบเจอภัยในสภาพเดียวกัน”

“นี่เจ้ากำลังมาขู่ข้าอย่างนั้นรึ?”

“กระหม่อมกำลังขอให้พระองค์โปรดพิจารณาใหม่ กระหม่อมมาที่นี่เพื่อมาถวายความยินดีกับการขึ้นครองราชย์ของท่านอ๋อง ได้โปรด อย่าได้คิดจะทำลายความเป็นมิตรภาพระหว่างสองประเทศของเรา”

“ไม่ว่าพวกข้า จะประกาศตัวเป็นเอก ราชหรือไม่ ต้าเหลียวก็คิดจะรุกรานโครยออยู่แล้วเพียงแต่ว่าในตอนนี้ พวกเจ้ายังหาข้ออ้างไม่ได้เท่านั้นเอง พูดความจริงมาดีกว่า”

“ท่านอ๋อง พระองค์ต้องการสงคราม จริง ๆ หรือ ถ้าพระองค์ยังยืนยันเช่นนั้น กองทัพหนึ่งแสนจะบุกมาถล่ม..โครยอ พระองค์จะต้องถูกถอดจากบัลลังก์ ต้องทนรับความอัปยศเหยียดหยามนะพ่ะย่ะค่ะ พระองค์ต้องการเช่นนี้จริง ๆ หรือ?”

“เจ้านี่มันหน้าด้านไร้ยางอายที่สุด องครักษ์ กลับคำพูดแล้วจงคุกเข่าร้องขอชีวิตซะ ไม่อย่างนั้นเจ้าต้องตาย”

“ท่านอ๋อง กระหม่อมมาเยือนในฐานะ ของทูต พระองค์ทรงปฏิบัติกับทูตที่เดินทางมาถวายความยินดีอย่างนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ”

“ข้าบอกให้ขอขมา”

เจิลลอนทำท่าจะไม่ยอมขอขมา พระนางซุงด๊อกโกรธมากถึงขั้นจะสั่งประหาร เจิลลอนจึงต้องยอมขอประทานอภัย พระนางซุงด๊อกมีรับสั่งให้ไล่เจิลลอนออกจากวัง สร้างความเจ็บแค้นให้กับเจิลลอนเป็นอย่างมาก

$$$$$$$$$$$

เจิลลอนอับอายที่พระนางซุงด๊อกลบหลู่เกียรติของต้าเหลียว จึงเดินทางไปพบเซียวจั้น หนีที่ออกมาอยู่นอกวังหลวงตามประเพณีของ โครยอ

“พระพันปีโครยอพูดกับท่านอย่างนี้เลยเหรอ?”

“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมถูกนางเหยียดหยามอย่างที่สุด”

“พวกเราอุตส่าห์สงสารนางเลยยอมปล่อยตัวกลับมา แต่ตอนนี้นางกลับคิดว่าตัวเองอยู่เหนือเราซะแล้ว”

“ปัญหาคือ พวกเรายังไม่สามารถจะสั่งสอนโครยอได้ในเวลานี้ และเป็นไปได้มากว่าพระพันปี จะทรงทราบเรื่องนี้อยู่แล้ว”

“แต่การปล่อยให้นางกุมอำนาจ ไม่เป็นผลดีกับเราพวกเลยนะ เมื่อไหร่ที่พวกเราหันไปทำสงครามกับต้าซ่ง พวกมันก็จะเสริมกองทัพให้แข็งแกร่งขึ้น”

“แล้วฝ่าบาทว่ายังไงบ้างล่ะ?”

“ฝ่าบาท ทรงรับสั่งให้ยับยั้งการประกาศ เป็นเอกราชของโครยอ” เจิลลอนบอก

“ในเวลานี้คงจะเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน” เซียวจั้นหนีครุ่นคิด

“นั่นคือ เหตุผลที่ว่าทำไมองค์หญิงถึงต้องถูกส่งตัวมา ก็เพื่อที่จะต้องบั่นทอนให้พวก โครยอมันอ่อนแอ พวกเราจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อ ที่จะป้องกันเอาไว้ ถ้าหากมันจำเป็น ก็ต้องปลงพระชนม์พระราชาโครยอเพื่อประโยชน์ของเรา”

“แต่ว่า ตอนนี้พวกเรายังมีขีดจำกัดอยู่หลายด้านนะ”

“องค์หญิง เราอาจจะต้องร่วมมือกับพระนางยอนฮึง ตามข้อเสนอที่ทกยุนได้บอกเอาไว้ก่อนหน้านี้”

“ตอนนี้นางเองก็ไม่มีอำนาจเหมือนเรา”

$$$$$$$$$$$

ชับยังกราบทูลพระพันปีซุงด๊อกว่าจะส่งทูตไปเจริญสัมพันธไมตรีกับต้าซ่ง ทำให้พระนางซุงด๊อกแปลกใจมาก “แต่ก่อนนี้ ท่านเคยไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่จะสานความสัมพันธ์กับต้าซ่งไม่ใช่เหรอ?”

“กระหม่อมไม่เห็นด้วยที่ประเทศเราจะต้องกลายไปเป็นประเทศราชรับใช้พวกต้าซ่ง แต่ว่า ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว พวกเราเป็นเอกราช เราต้องรักษาความสัมพันธ์ทางการทูต อย่างเท่าเทียม ถ้าเป็นแบบนั้นพวกเค้าไม่มีทาง จะปฏิเสธเราแน่ ตอนนี้เค้ากำลังทำสงคราม อาจต้องการความช่วยเหลือจากเราก็เป็นได้”

“แต่ถ้าหากพวกเราส่งราชทูตไปต้าซ่ง ทางชี่ตันก็จะรู้เรื่องนี้โดยทันที เพราะพระพันปีเฉิงเทียนมีสายลับที่ซ่อนตัวอยู่ในแผ่นดินต้าซ่งอยู่อย่างแน่นอน” พระนางซุงด๊อกยังวิตก

“เรื่องนั้นไม่เป็นไรพ่ะย่ะค่ะ พวกเค้าไม่มีทางหยุดการรบกับต้าซ่งเพื่อมาตีโครยอด้วยเหตุผลเพียงแค่นี้อย่างแน่นอน เพราะพวกเค้ากลัวว่าพวกเราจะร่วมมือกับต้าซ่งไปรุมตีทางชี่ตันมาก กว่า”

“บางทีพวกเราอาจประกาศตัวเป็นเอกราช เร็วไปสักหน่อยนะ ถ้ารอจนกระทั่งเราแข็งแกร่งกว่านี้อีกสักหน่อย ถึงตอนนั้นค่อยประกาศก็อาจจะดีกว่า”

“ไม่พ่ะย่ะค่ะ ไม่มีโอกาสที่ดีกว่านี้อีกแล้ว มันดีที่สุดแล้ว ตอนนี้พวกเค้ากำลังรบกับต้าซ่ง เราจำเป็นต้องปลุกให้ประชาชนมีสำนึกในการปกป้องบ้านเมือง”

“ข้าเข้าใจแล้วล่ะ ข้าจะกล้าหาญเดินต่อไป ไม่ลังเลพะว้าพะวง แต่เราควรจะจัดการเรื่องปวดหัวเรื่องไหนก่อนดีล่ะ”

“เรื่องนี้ กระหม่อมคิดว่าต้องฟื้นฟูพิธีพัลกวน และพิธีจุดโคมประทีปเพื่อให้ประชาชนหันกลับมาสนับสนุนเรา ใกล้ถึงวันพิธีจุดโคมประทีป เราเริ่มลงมือจากเรื่องนี้ก่อนดีกว่า เราคงต้องเริ่ม วางแผนสำหรับการฟื้นฟูเรื่องนี้ พระองค์ยัง..ควรจะสร้างวัดหลวงของทางพุทธด้วย”

“วัดหลวงรึ” พระนางซุงด๊อกถามอย่างแปลกใจ

“พ่ะย่ะค่ะ แต่ละประเทศ ต่างมีผู้ศรัทธาต่างกัน พระเจ้าซองจงหวังให้โครยอนับถือท่านขงจื๊อ แต่ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่มีความรู้ มันจึงแทบเป็นไปไม่ได้เลย แต่คำสอนศาสนาพุทธ หลอมรวมอยู่ในชีวิตประจำวันของพวกเค้าไปแล้ว เราจึงจำเป็นต้องจัดสร้างวัดหลวง ขึ้นมาในนามของประเทศ เพื่อจะให้ประชาชนได้เชื่อมั่นในความยิ่งใหญ่ของแผ่นดินโครยอของพวกเค้า และสามารถเอาเงินที่ได้มาจาก คิมวอนซุงไปสร้างวัดหลวงของประเทศของเรา ได้อย่างเหลือเฟือพ่ะย่ะค่ะ ทำไมหรือพ่ะย่ะค่ะ หรือว่าพระองค์รู้สึกไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอนี้”

“ไม่เลย แต่ว่ามันกลับกันเลยมากกว่า เวลาที่ท่านกำลังพูดคุยกับข้าน่ะ ข้ารู้สึกว่าทุก อย่างมันดูเป็นธรรมชาติมาก เหมือนวางแผนมาแต่แรกแล้วงั้นแหละ”

“ฮะๆๆ พระทัยดีจริง ๆ”

“ข้ารู้สึกเหมือน มีเรื่องคุยกับท่านได้ ไม่เคยหมด ดื่มหมดแล้วข้าจะเทเหล้าให้ใหม่ นะ”

“ฮ่ะ ๆ พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมรู้สึกเริ่ม จะเมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ ฮ่ะๆๆ พระองค์ก็ดื่ม ด้วยสิ”

$$$$$$$$$$$

พระเจ้ามกจงเรียกฮอนอูนมาดื่มเหล้าเป็นเพื่อน พร้อมทั้งระบายความหนักใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างชียังและพระนางซุงด๊อกที่นับวันจะมากขึ้นทุกที ล่าสุดชียังถึงกับค้างในพระตำหนักของพระนาง

“ในวังหลวงทั้งวัง แค่หาเพื่อนดื่มเหล้ายังไม่ได้เลย มีแต่คนของเสด็จแม่ข้าอยู่เต็มไปหมด ทุกคนเรียกข้าว่าฝ่าบาท แต่ที่จริงข้าเป็นแค่หุ่นเชิด ส่วนเจ้าน่าจะเป็นคนเดียวที่เข้าใจความรู้สึกของข้าได้บ้าง เจ้าเข้าใจข้าใช่มั้ย?”

“ฮะๆๆๆ กระหม่อมยินดีรับใช้พระองค์ ตลอดพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท ไม่ว่าจะเป็นเวลาไหน แค่พระองค์เรียกใช้ กระหม่อมจะมาทันที พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท กระหม่อมรินเหล้าให้นะ พ่ะย่ะค่ะ ทำไมฝ่าบาท..ถึงได้ดูเศร้าพ่ะย่ะค่ะ หรือว่าไม่สามารถที่จะหาคนที่ไว้วางพระทัยได้เลยสักคน”

“เจ้ารู้จักคิมชียังรึเปล่าหา?”

“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมรู้จักเค้า ตั้งแต่ตอนออกทำสงครามครั้งนั้น เค้าถูกจับไปเป็นเชลยพร้อมกับพระพันปี จนสุดท้ายก็คบหากัน ขอประทานอภัย ขอประทานอภัยฝ่าบาท” ฮอนอูนรู้ตัวว่าพูดในเรื่องไม่สมควร

“ข้าไม่สนหรอก แต่เจ้าว่า เค้าคู่ควรจะเป็นขุนนางในราชสำนักรึเปล่า?”

“หือ ไม่เลย กระหม่อมรู้สึกว่าเรื่องนี้มันน่าขำมาก ราชสำนักควรจะมีความศักดิ์สิทธิ์ กระหม่อมคิดว่าเค้าควรจะถูกกำจัดออกไปโดยเร็วที่สุด”

“ข้าก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน แต่ที่น่าเศร้าก็คือ ข้าไม่มีอำนาจจะขับไล่เค้าไป”

อ้างอิง : เดลินิวส์

1 ดาว2 ดาว3 ดาว4 ดาว5 ดาว (ยังไม่มีคนโหวต)
Loading ... Loading ...

Leave your response!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.