Home » ชอนชู หัวใจเพื่อแผ่นดิน

ชอนชู หัวใจเพื่อแผ่นดิน(ตอน139)

“เมื่อกี้ท่านบอกว่า แม่ทัพยังเป็นนายทหาร อยู่ที่ชายแดนทางแถบเหนืออย่างนั้นหรือ?” พระ พันปีถามซอฮุยถึงยังคู “ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะพระพันปี เมื่อก่อนนี้ เค้าเคยลุกขึ้นมาต่อต้านผู้บังคับบัญชาแย่ ๆ คนนึง พวกกระหม่อมขอเค้ามาเป็นการส่วนตัว เพราะความสามารถที่โดดเด่นของเค้า รวมไปถึงความจงรักภักดีที่มีจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศอย่างมากทีเดียว”

ชอนชู หัวใจเพื่อแผ่นดิน

“ท่านอำมาตย์ก็ตาแหลมคมเหมือนกันนะ ขอบคุณมาก ที่นำสิ่งล้ำค่ามาให้กับบ้านเมืองอย่างนี้”

“ผู้คุมคิมก็เป็นคนที่ เคยช่วยชีวิตของ พระพันปีในสมัยที่ ประทับที่ฮึงเลบู”

“เค้าคือคนที่พระองค์เคยบอกว่าเป็นคนมีฝีมือที่ช่วยพระองค์ไว้ที่ฮึงเลบูใช่มั้ย?? แล้วเจ้า เป็นใครมาจากที่ไหนล่ะ??” กัมชันถาม

“กระหม่อมก็เป็นแค่ชาวบ้านธรรมดาคนนึง แต่เพื่อจะเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง จึงมาสมัครเข้ากองทัพ ที่โชคดีคือได้มีโอกาสได้มารับใช้พระพันปี และมีโอกาสคุ้มกันพระพันปีที่ฮึงเลบู และตอนนี้กระหม่อมก็ยังได้รับเกียรติยศเช่นนี้อีก ทั้งหมดเพราะพระพันปีขอรับ” ซุกฮึงบอก

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ คนนี้เป็นคนดีมีคุณธรรม แถมยังมีความสามารถโดดเด่นอีก พระพันปี พระองค์..ก็เป็นผู้ที่มีสายพระเนตร ที่แหลมคมเช่นเดียวกัน ฮะ ๆ ๆ” กัมชันชอบใจมาก

“พระพันปี กระหม่อมอยากจะให้แม่ทัพยังมาเป็นผู้ฝึกการขี่ม้าให้กองทหาร เพราะเค้าเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญในการขี่ม้า ส่วนผู้คุมคิมควรก็ให้มาฝึกทหารราบ”

“ข้าก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน มา ข้าจะรินเหล้าให้พวกท่าน” พระพันปียกจอกขึ้น

“พ่ะย่ะค่ะ” ยังคูและซุกฮึงรับคำ

“พวกท่านจะได้รับหน้าที่คุมการฝึกฝนทหาร ตอนนี้โครยอของเรามีจำนวนทหารเพิ่มขึ้นจากแต่ก่อนมาก ดังนั้นขอให้พวกท่านอุทิศกายใจ สร้างบ้านเมืองให้แข็งแกร่งได้มั้ย?”

“กระหม่อมรับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ พระพันปี”

ระบบจ่ายเบี้ยเลี้ยงทหารได้ถูกกำหนดขึ้นมาตั้งแต่ในรัชสมัยของพระเจ้าคยองจง แต่ก็ยังคงรักษาระบบสิทธิพิเศษเบี้ยเลี้ยงและที่ดินไว้ให้กับขุนนางที่เป็นบัณฑิต ปี 998 รัชสมัยของพระเจ้ามกจงได้มีการปรับปรุงระบบใหม่ เพื่อให้มีความเสมอภาคในด้านเบี้ยหวัดและที่ดินของข้าราชการ โดยฝ่ายกองทัพเป็นฝ่ายที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด และนี่เป็นครั้งแรกที่ได้แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญต่อการป้องกันความมั่นคงของประเทศเป็นครั้งแรก

“มันเป็นความจริงรึเปล่าคะท่านพ่อ ท่านไปสาบานว่าจะจงรักภักดีกับต้าเหลียวจริงรึเปล่า?” ยอนฮึงถามวอนซุง

“ใช่แล้ว มีปัญหาอะไรรึไง?”

“ท่านพูดอะไรนะ?” ยอนฮึงกล่าวอย่างตกใจ

“ใจเย็นก่อนพระมเหสี ถ้าต้องการให้ข้าสาบานจงรักภักดีกับใคร ข้าก็จะต้องได้กำไรจากมัน ถ้าข้อเรียกร้องนาง สอดคล้องกับผลประโยชน์ของข้า แบบนี้เรา ต่างฝ่ายต่างก็ได้ประโยชน์เหมือน ๆ กัน จะไปปฏิเสธทำไมล่ะ”

“แต่พวกเค้าเป็นแค่พวกบ้านป่าเมืองเถื่อน แถมเป็นศัตรูของเราด้วย อีกอย่างนึง ผู้หญิงคนนั้นก็วางแผนที่จะปลงพระชนม์ฝ่าบาท ข้าไม่ยอมร่วมมือกับผู้หญิงคนนั้นแน่” พระนางยอนฮึงหมายถึงเซียวจั้นหนี

“ไม่มีใครเป็นศัตรูหรือว่าเป็นมิตรหรอก ตอนนี้เรามีศัตรูเพียงคนเดียว ก็คือพระพันปีชอนชู เพื่อที่จะเอาชนะนาง ต่อให้ต้องจับมือกับปิศาจข้าก็ยอมทำ ตอนนี้เราไม่มีสิทธิเลือกอะไรมาก ถ้าพวกชี่ตันอยากช่วยเราก็ให้เค้าช่วยไปสิ ตกลงแล้ว องค์หญิงต้าเหลียว จะให้พระมเหสีช่วยทำอะไรกันแน่ นางน่าจะรู้ว่าตอนนี้พระมเหสีไม่มีอำนาจอะไรเหลือแล้วนี่นา”

“นาง ต้องการจะให้ข้าช่วยล่อฝ่าบาทมาที่นี่”

“ให้ช่วย..แค่นี้เองน่ะเหรอ”

“ใช่” พระนางยอนฮึงยังเป็นกังวล

คิมชียังเสนอให้มุมเข้ามาเป็นผู้ดูแลตำหนักพระพันปี พระพันปีแปลกใจมาก “เมื่อก่อนเค้าเคยรับใช้ชอยซอมมาก่อนนะ”

“พระพันปี เค้าเป็นคนที่ส่งข่าว ทำให้พวกเราจับขุนนางพวกนั้นได้พ่ะย่ะค่ะเค้าสร้างคุณความ ชอบไว้”

“นั่นคือเหตุผลที่ข้าไม่ต้องการ เพราะข้าไม่เชื่อใจคนที่เคยทรยศนายตัวเองหรอก”

“ตอนแรก กระหม่อมเองก็รู้สึกอย่างนั้นอยู่เหมือนกัน แต่ดูเหมือนว่าเค้าจะแอบต่อต้านท่านชอยซอมอย่างลับ ๆ มาตั้งนานแล้ว ดังนั้นเค้าน่าจะเป็นคนดีคนนึง เค้ายังทั้งเป็นคนที่ฉลาดมาก แถมยังมีประสบการณ์ในการดูแล เรื่องราวในบ้านเป็นอย่างดี เสียคนแบบนี้ไป กระหม่อมว่าคงน่าเสียดาย”

“เค้าดีขนาดนั้นเชียว?” พระพันปีตรัสย้ำ

“พ่ะย่ะค่ะ ให้เค้าลองดูเถอะถ้าเค้าทำให้ไม่พอพระทัย ค่อยไล่เค้าไปก็ได้ เรื่องนี้กระหม่อมช่วยรับรองให้ได้”

“ถ้าหากท่านยังยืนยันอย่างนั้น ข้าก็ไม่ปฏิเสธ”

พระพันปีได้รื้อฟื้นพิธีพัลกวนและพิธีจุดโคมประทีปอีกครั้ง เนื่องจากประชาชนชาวโครยอต้องการ

“พิธีจุดโคมประทีป จะถูกจัดขึ้นใหม่ ในคืนวันเพ็ญเดือนแรกของปีนี้ เราจะประดับประดาวังหลวงและเมือง รวมไปถึงตามวัดวาอารามทั่วประเทศ เพื่อจะอธิษฐานให้โครยอมีแต่ความสงบสุขสถาพร และจะมีการตั้งโรงทานแจกอาหารให้กับผู้ที่หิวโหย และผู้ที่ยากไร้ทั้งหลาย”

“เป็นพระปรีชายิ่งพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”

“ฝ่าบาท ๆ ฝ่าบาทอยากจะตรัสอะไรสักหน่อยรึเปล่า?” พระพันปีหันไปถามพระเจ้ามกจง

“ให้พูดอะไรเหรอ อ๋อ พิธีโคมประทีป ข้าจะพูดอะไรได้ล่ะ ก็แค่สงสารคนที่ต้องมาประดับโคม น่ะ” พระเจ้ามกจงตรัสอย่างซังกะตาย เพราะไม่ว่าพระองค์จะตรัสอย่างไร พระพันปีก็ไม่เคยยอมรับ

เพื่อต้องการแก้แค้นพระพันปี พระนางยอนฮึงจึงร่วมมือกับเซียวจั้นหนี วางแผนให้ฮอนอูนซึ่งเป็นหัวหน้าทหารรักษาการณ์ หลอกล่อพระเจ้ามกจงให้ออกมาพบ

“ไม่ได้เจอกันนานนะนายกองอี” พระนางยอนฮึงทักทาย

“อย่าพูดเรื่องนั้นเลย ทำไมพระองค์ทำกับกระหม่อมแบบนี้ พระองค์เคยรับปากว่าจะไม่ยุ่งกับกระหม่อมแล้ว ทำไมพระองค์ถึงได้ผิดสัญญาล่ะ”

“ข้าขอโทษด้วยนะ ข้าต้องการให้เจ้าพา ฝ่าบาทมาพบข้าที่นี่ในคืนวันพรุ่งนี้ นี่เป็นคำขอครั้งสุดท้ายจากข้า”

“ไม่ ไม่ได้ กระหม่อมทำไม่ได้หรอก ฝ่าบาทไม่มีทางจะยอมเสด็จออกจากวังหลวงมาแน่นอน กระหม่อม คงจะทำไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ พระองค์อย่าได้คาดหวังอีกเลยนะ กระหม่อมขอตัวก่อน ขอ..ตัวก่อน นี่ ท่านทำอะไร?” ฮอนอูนตกใจเมื่อพระนางยอนฮึงนำเงินจำนวนมากออกมากองตรงหน้า

“ไม่เคยเห็นเงินรึ มันมากพอจะซื้อบ้านได้ หลายหลังเลยเชียวล่ะ เจ้ารับไปสิ ถ้าเจ้ายังไม่อยากช่วย ข้าอาจเขียนจดหมายไปฟ้องเรื่องของเจ้ากับพระพันปี..” พระนางยอนฮึงตรัสแกมขู่

“ถ้าฝ่าบาทเสด็จมาที่นี่แล้ว เจ้าคิดจะทำอะไรต่อไปล่ะ?” ยอนฮึงตรัสถามเซียวจั้นหนี

“ให้เค้ารับสิ่งนี้ไป”

“นี่คงไม่ใช่ ยาที่..”

อ้างอิง : เดลินิวส์

1 ดาว2 ดาว3 ดาว4 ดาว5 ดาว (ยังไม่มีคนโหวต)
Loading ... Loading ...

One Comment »

  • Gregory Despain said:

    I just want to mention I’m new to blogging and site-building and truly loved you’re blog site. Almost certainly I’m going to bookmark your website . You surely have tremendous article content. With thanks for sharing with us your webpage.

Leave your response!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.