Home » กระแสข่าวโลก

สุดยอดแหล่งลงทุนโลก

      การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังค์ถัด) เผยผลการศึกษาฉบับหนึ่งระบุว่า กลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก กำลังวางแผนที่จะสยายปีกการลงทุนในอีก 2-3 ปีข้างหน้า โดยจีน อินเดีย และบราซิล เป็น 3 ประเทศเป้าหมายสูงสุด สำหรับการลงทุนโดยตรงของต่างชาติ ไปจนถึงสิ้นปี 2555 เบียดสหรัฐ ซึ่งเป็นเป้าหมายอันดับ 1 มาหลายปี หล่นไปอยู่อันดับ 4

สุดยอดแหล่งลงทุนโลก

      นอกจากนี้ อังค์ถัด ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ กล่าวอีกว่า วิกฤติเศรษฐกิจโลกจากปี 2551 ส่งผลกระทบน้อยกว่าความวิตกด้านการลงทุน โดยในช่วงระหว่างปี 2551-2552 การลงทุนของโลกลดลง อันเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ แต่ทว่ามีการคาดหมายว่า เศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างช้า ๆ ในปี 2554-2555 และจีน อินเดีย กับบราซิล ก็ตกเป็นเป้าหมายสูงสุดของการลงทุน โดยผลการศึกษานี้มาจากการ สำรวจบรรยากาศการลงทุนโดยตรงของต่างชาติในกลุ่มบริษัทข้ามชาติชั้นนำ 236 แห่ง และสำนักงานส่งเสริมการลงทุน 116 แห่ง

      การลงทุนโดยตรงของต่างชาติที่กำลังจะมีขึ้น ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มประเทศ ร่ำรวยอย่างสหรัฐและมหาอำนาจใน 27 ประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในแผนการพัฒนาสำหรับประเทศยากจนมากมาย เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ เข้าไปลงทุนทั้งในประเทศที่รวยและจน ถึงแม้บางครั้งมีการควบรวมและถือครองกิจการก็ตาม

      แต่วิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ทำให้การลงทุนโดยตรงของต่างชาติเปลี่ยนเป้าหมายไปยังกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาและอดีตประเทศคอมมิวนิสต์

      โดยจีน รั้งอันดับ 1 เป็นปีที่สองติดต่อกันในฐานะประเทศที่เป็นเป้าหมายการลงทุนโดยตรงของต่างชาติมากที่สุด ตามมาด้วยอันดับ 2 อินเดีย ซึ่งขึ้นมาจากอันดับ 3 เมื่อปีที่แล้ว และอันดับ 3 ได้แก่บราซิล ที่ขึ้นมาจากอันดับ 4 ทำ ให้สหรัฐ ซึ่งอยู่อันดับ 2 ปีที่แล้ว หล่นไปอยู่อันดับ 4 แทน

      รัสเซีย ยังคงที่อยู่อันดับ 5 เหมือน เดิม แต่เม็กซิโกกระโดดจากอันดับ 12 ปีที่แล้ว ขึ้นมาอยู่อันดับ 6 นอกจากนี้ อันดับ 7 อังกฤษ อันดับ 8 เวียดนาม อันดับ 9 อินโดนีเซีย และอันดับ 10 เยอรมนี ประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของยุโรป ตกมาจากอันดับ 7

      ส่วนอีก 5 ประเทศที่ตกเป็นเป้าหมายการลงทุนโดยตรงของต่างชาติได้แก่ ไทย โปแลนด์ ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส และมาเลเซีย ก่อนหน้านี้ อังค์ถัดเคยคาดการณ์ว่า การลงทุนโดยตรงของต่างชาติทั้งสิ้น อาจเพิ่มขึ้นระหว่าง 1.3-1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2554 หลังจากปีนี้ การลงทุนดังกล่าวอยู่ที่ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และตัวเลขการลงทุนจะเพิ่มขึ้นอีก ระหว่าง 1.6-2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

      แต่การลงทุนสูงสุดที่เป็นสถิติคือ 2.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2550 ก่อนตกลงไปร้อยละ 16 ในปี 2551 และลดลงไปอีกร้อยละ 37 เป็น 1.11 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อปีที่แล้ว ในขณะที่ วิกฤติเศรษฐกิจโลก ทำให้หลายบริษัทต้องลดงบประมาณรายจ่าย

      อย่างไรก็ตาม อังค์ถัด ยังมอง ในแง่ดีว่า วิกฤติเศรษฐกิจอันเลวร้ายได้จบ ลงไปแล้ว ทำให้บริษัทต่าง ๆ ปรับเปลี่ยน แผนการลงทุน ซึ่งประมาณร้อยละ 58 ของบริษัทเหล่านี้ ระบุว่า จะส่งเสริม การลงทุนโดยตรงของต่างชาติในช่วงปี 2554-2555 นอกจากนั้น บริษัทข้ามชาติที่เข้าไปลงทุนในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ก็มองในแง่ดีมากกว่าบริษัทที่ลงทุนในประเทศร่ำรวย โดยเฉพาะในยุโรป.

เลนซ์ซูม
อ้างอิง : เดลินิวส์

1 ดาว2 ดาว3 ดาว4 ดาว5 ดาว (1 โหวต, เฉลี่ย: 5.00)
Loading ... Loading ...

One Comment »

  • Luigi Fulk said:

    I simply want to say I’m beginner to blogging and truly savored your blog site. Almost certainly I’m want to bookmark your website . You really come with good articles. Many thanks for revealing your blog site.

Leave your response!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.