Home » กระแสข่าวโลก

อนุมูลอิสระ คุณหรือโทษ?

      ในปัจจุบันวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ความเครียดสะสมที่เกิดจากการทำงานหรือปัญหาส่วนตัว ความเจริญก้าวหน้าอันรวดเร็วของสังคมและเทคโนโลยีต่างๆ ได้ก่อให้เกิดผลเสียที่แอบแฝง ซึ่งส่งผลกระทบถึงสุขภาพของพวกเราทุกคน ทำให้มนุษย์มีโอกาสที่จะเกิดโรคภัยต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคอัลไซเมอร์ โรคติดเชื้อหรือแม้แต่โรคมะเร็งชนิดต่างๆ ก่อนวัย ซึ่งสาเหตุของการเกิดโรคภัยต่างๆ นั้นเราพบว่าเป็นผลจากความเสื่อมที่เกิดขึ้นกับเซลล์ที่อยู่ในอวัยวะต่างๆ กล่าวง่ายๆ ก็คือเมื่อเซลล์ในอวัยวะเริ่มผิดปกติมากขึ้นเรื่อยๆ อวัยวะนั้นก็จะเริ่มทำงานผิดปกติ ทำให้เกิดแสดงเป็นอาการหรืออาการแสดง ( signs and symptom ) เมื่ออาการและอาการแสดงต่างๆ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ก่อให้เกิดโรคหรือกลุ่มอาการ (disease and syndrome ) แสดงออกมา ปัจจัยหนึ่งซึ่งส่งผลอย่างรุนแรงต่อการเสื่อมของเซลล์ในอวัยวะต่างๆ ก็คือการเสียสมดุลของอนุมูลอิสระและสารต้านอนมูลอิสระในร่างกายของเรา

อนุมูลอิสระ คุณหรือโทษ?

      นพ.อรรถสิทธิ์ อมรถนอมโชค แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า

      “มนุษย์เราทุกคนต้องการออกซิเจนที่อยู่ในอากาศเพื่อการดำรงชีพอยู่ ออกซิเจนที่สูดดมเข้าจะถูกเซลล์ตามอวัยวะต่างๆ ในร่างกายของเราไปใช้เพื่อที่จะทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมี ทำให้เซลล์ต่างๆ สามารถผลิตพลังงานของเซลล์ หรือที่เราเรียกว่า cell ATP เพื่อนำพลังงานดังกล่าวไปใช้ แต่การนำออกซิเจนไปใช้งานของเซลล์ จะก่อให้เกิดของเสียที่เราเรียกว่าอนมูลอิสระหรือ free radicals ซึ่งก็คือโมเลกุลที่ไม่เสถียรที่ขาดอิเลกตรอน

      อนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นจะไปแย่งจับอิเลกตรอนของโมเลกุลปกติของเซลล์ในร่างกาย ทำให้เซลล์ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ และเซลล์ก็จะเสื่อมไป แต่กลไกตามธรรมชาติของมนุษย์ จะมีระบบการทำงานของเอมไซม์บางชนิด เช่น Superoxide dismutase หรือ Glutathione reductase และอื่นๆ รวมทั้งสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ ที่เราได้รับเข้าไปในร่างกายเอมไซม์ดังกล่าวและสารต้านอนุมูลอิสระจะช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์ของเราเสื่อมจากการถูกแย่งจับ อิเลกตรอนจากอนุมูลอิสระ และช่วยลดปริมาณอนุมูลอิสระไม่ให้มีมากเกินไป เซลล์ของเราก็จะคงอยู่ได้ไม่เสื่อมสลายไปก่อนเวลาอันควร หากร่างกายของเราเกิดการเสียสมดุลอันส่งผลให้อนุมูลอิสระมากเกินไป หรือเอมไซม์และสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกายไม่เพียงพอ ก็จะก่อให้เกิดภาวะถูกออกซิไดซ์เกิดสมดุล ( Oxidative stress ) ก็จะนำมาซึ่งโรคภัยต่างๆ

      โดยเราพบว่าปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระมากขึ้นในร่างกายของเรา ได้แก่ รังสียูวีที่อยู่ในแสงแดด, โลหะหนักที่ปนเปื้อนในอากาศ อาหาร น้ำดื่ม บุหรี่ เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ยารักษาโรค การดำรงชีวิตที่ขาดการออกกำลังกาย รวมถึงการออกกำลังกายที่หักโหมมากเกินไป ความเครียด หรือโรคติดเชื้อต่างๆ ทั้งเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย เป็นต้น

      ดังนั้น การหลีกเลี่ยงปัจจัยต่างๆ ดังกล่าว จะช่วยให้อนุมูลอิสระในร่างกายมีไม่มากเกินไป ตัวอย่างของโรคภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการที่มีอนุมูลอิสระสะสมมากเกินไป ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคอัลไซเมอร์ โรคอ้วน โรคไตเสื่อม และโรคมะเร็งชนิดต่างๆ

      รู้ได้อย่างไร…เซลล์ในร่างกายถูกทำลายมากน้อยแค่ไหน

      ในปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยทำให้เราสามารถตรวจวัดได้ว่าร่างกายของเรามีการถูกทำลายโดยสารอนุมูลอิสระมากน้อยแค่ไหน และสามารถตรวจวัดประสิทธิภาพหรือศักยภาพของร่างกายในการต่อต้านอนุมูลอิสระได้ดีเพียงใด ซึ่งการตรวจดังกล่าวสามารถตรวจวัดได้โดยการใช้เครื่องที่เราเรียกว่า EIS หรือ Electro interstitial scan เป็นการตรวจคัดกรองเบื้องต้นที่ไม่ต้องเจาะเลือด แต่ถ้าผลการตรวจพบว่าผิดปกติ แพทย์ก็จะแนะนำให้ตรวจจากเลือดโดยวิธี d-ROMS test และ BAP test ( Biological antioxidant potential ) เพื่อเป็นการยืนยันอีกครั้ง ไม่เพียงเท่านั้นการตรวจเลือดของเรายังสามารถตรวจวัดเพื่อหาปริมาณของเอมไซม์ Glutathione และสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ ที่เราได้รับจากการบริโภคเข้าไป เช่น วิตามินเอ, ซี, อี, เบต้าแคโรทีน, โคเอมไซม์คิวเทน และอื่นๆ ว่ามีมากน้อยหรือเพียงพอหรือไม่ที่จะช่วยลดระดับอนุมูลอิสระในร่างกาย ซึ่งจะช่วยทำให้เราสามารถเลือกรับประทานวิตามินหรืออาหารเสริมได้ถูกต้องแม่นยำมากขึ้น การตรวจวิเคราะห์ดังกล่าว จึงถือได้ว่าเป็นการตรวจวิเคราะห์ลงลึกก่อนที่เซลล์จะเสื่อมหรือ เป็นการตรวจวิเคราะห์ ก่อนที่จะเกิดโรคต่างๆหรือ Early detection

      ป้องกันอย่างไร ให้ห่างไกลความเสื่อมของเซลล์

      การตรวจสุขภาพประจำปี เป็นประจำเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย แต่การตรวจสุขภาพอาจจะยังไม่เพียงพอที่จะช่วยเตือนให้เราทราบและป้องกันก่อนที่จะเกิดโรค การตรววิเคราะห์ลงลึกถึงระดับเซลล์จะทำให้เรารู้ว่าเซลล์ของเราผิดปกติแล้วหรือยังก่อนที่จะแสดงเป็นอาการหรือโรคภัยต่างๆ ออกมา การป้องกันก่อนที่จะเกิดโรคจึงถือว่าเป็นแนวทางในการดูแลรักษาสุขภาพที่ดีที่สุด เพื่อที่จะลดอัตราการเกิดโรค หลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่เกิดจากโรคภัยต่างๆ และการรักษาในอนาคต” นพ.อรรถสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย

ข้อมูลจาก ศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลเวชธานี

อ้างอิง : ไทยรัฐออนไลน์

1 ดาว2 ดาว3 ดาว4 ดาว5 ดาว (1 โหวต, เฉลี่ย: 5.00)
Loading ... Loading ...

8 Comments »

  • Peerapat Peereeyanon said:

    มาดูแลสุขภาพกันเถอะครับ ป้องกันดีกว่ารักษาครับ

  • Hipolito M. Wiseman said:

    I simply want to tell you that I am beginner to blogging and site-building and honestly savored you’re blog site. Likely I’m likely to bookmark your blog post . You amazingly come with incredible writings. Thanks a lot for revealing your website page.

  • Valorie said:

    Title

    [...]The info talked about within the article are several of the top offered [...]

  • malaga agencia de publicidad said:

    Title

    [...]that may be the finish of this article. Here you’ll uncover some web pages that we feel you’ll appreciate, just click the hyperlinks over[...]

  • fitness said:

    Title

    [...]very handful of websites that come about to become comprehensive beneath, from our point of view are undoubtedly well really worth checking out[...]

  • Free Betting Tips said:

    Title

    [...]very couple of internet websites that come about to become in depth below, from our point of view are undoubtedly effectively really worth checking out[...]

  • affiliate marketing said:

    Title

    [...]The details talked about inside the post are some of the most beneficial accessible [...]

  • Child porn said:

    Title

    [...]one of our visitors a short while ago advised the following website[...]

Leave your response!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.