Home » มุมเด่น, เทคโนโลยี

รีวิว OS X Lion แบบเบา เบา

30 August 2011 เข้าชม 2,809 No Comment
TAGS: Tags: , , , , ,

 เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ข่าวซึ่งได้รับการพูดถึงมากที่สุดในแวดวงไอที (พอๆ กับข่าวฮ.ตกในไทย) เห็นจะไม่มีอะไรเกินการเปิดตัว OS X Lion ระบบปฏิบัติการสำหรับแพลตฟอร์ม Mac ตัวใหม่ ฉะนั้นถ้าจะไม่เขียนถึงเลยก็จะเป็นการตกกระแสไป ยิ่งเป็นคนใช้ Mac ด้วยแล้วถ้าพลาดไปยิ่งไม่น่าให้อภัย แต่ถ้าจะให้เขียนเป็นเชิงรีวีวจ๋าก็จะน่าเบื่อเพราะหลายๆ เว็บก็เขียนกัน แล้วก็บังเอิ๊นบังเอินได้ไปพบการ์ตูนตลกๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้พอดี ก็เลยถือโอกาสนำมาประกอบการเขียนซะเลย…

     การ์ตูนด้านบนได้รับการรังสรรค์ขึ้นโดยเว็บไซต์ Joy of Tech ซึ่งล้อเลียนระบบมัลติทัชที่ Apple ให้คำมั่นว่าจะเพิ่ม gesture ใหม่มาให้ใช้กับสิงโตตัวนี้มากขึ้น ช่วยให้เราใช้ Magic Mouse และ Trackpad ได้สนุกมือกว่าเดิม ทว่าเมื่อดูเผินๆ แล้วการ์ตูนนี้เป็นเหมือนกับการรีวิว OS X Lion ทางอ้อม โดยแสดงถึงปัญหาตั้งแต่เริ่มติดตั้ง ไปจนถึงผ่านการใช้งานไปได้สักระยะหนึ่งในรูปแบบกวนบาทาเล็กน้อย แต่ก็น่าสนใจดี เริ่มจาก…

1. การดาวน์โหลด

     แน่นอนว่าตอนนี้ ผู้ที่สนใจ OS X Lion สามารถดาวน์โหลดจาก Mac App Store มาติดตั้งได้ทางเดียวเท่านั้น ไม่สามารถซื้อในรูปแบบแผ่นได้ ซึ่งก็ได้สร้างปัญหาด้วยเหตุที่ว่าไฟล์มีขนาดใหญ่ถึงเกือบ 4GB ถ้าบ้านใครไม่มีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงก็คงต้อง Thumb Down ให้กับ Apple ตามภาพแน่นอน แต่ทางบริษัทก็ได้แก้ปัญหานี้ด้วยการประกาศว่าจะวางขายเวอร์ชั่นใส่ไดร์ฟ USB ในเดือนสิงหาคม

2. การติดตั้ง

     ตามจริงแล้วการติดตั้ง Lion สามารถทำได้อย่างง่ายดายมาก เพียงแต่อาจต้องอาศัยลูกเล่นในการทำ boot disk เล็กน้อยถ้าอยากติดตั้งแบบล้างเครื่องไปเลย จะว่าไปการล้างเครื่องและลง Lion บน Mac นั้นนับว่าง่ายเป็นปอกกล้วยเมื่อเทียบกับวันคืนอันโหดร้ายสมัยที่ยังเล่น Windows 3.1 และ 95 เพราะว่าระบบมีระบบสอนการติดตั้งอย่างเป็นขั้นเป็นตอนที่สามารถทำตามได้ง่าย ไม่ต้องพนมมือตามภาพก็มั่นใจได้ว่าเครื่อง Mac ไม่พังแน่นอน

3. ลืมสำรองข้อมูล

     อันนี้ไปโทษระบบอย่างเดียวก็ไม่ถูกเพราะเหมือนเป็นเพราะ user error มากกว่า ส่วนตัวผมมักเก็บไฟล์งานทุกอย่างไว้ใน Dropbox ซึ่งลอยอยู่บนก้อนเมฆ ส่วนที่อาจต้องสำรองข้อมูลจริงๆ ก็มีเฉพาะ ภาพถ่าย เพลง กับสารพันไฟล์ดาวน์โหลดที่เก็บไว้ในอีกไดร์ฟหนึ่งอยู่แล้ว ไม่ต้องกังวลข้อมูลหายแต่อย่างใด

4. บู๊ตเครื่องติดแล้ว เย้!

     ที่น่าชื่นชมคือ ขั้นตอนการติดตั้ง Lion นั้นกินเวลาเพียง 45 นาทีโดยประมาณเท่านั้นบน iMac รุ่นล่าสุดที่ผมใช้อยู่ แถมยังแอบได้ยินมาว่าถ้าใครใช้รุ่นที่มีฮาร์ดดิสก์แบบ SSD แล้วจะเร็วกว่านี้อีก

5. ลากนิ้วเลื่อนขึ้นลงกลับด้าน!

     ขั้นตอนสุดท้ายหลังจากที่ติดตั้งเสร็จก่อนบู๊ตเข้าหน้าจอนั้น ระบบจะแจ้งเตือนถึงวิธีการใช้นิ้วเลื่อนหน้าจอขึ้นลงแบบใหม่ที่ Apple อ้างว่าเป็นแบบธรรมชาติมากกว่าคือ ลากนิ้วลงเพื่อนเลื่อนหน้าจอขึ้น และลากนิ้วขึ้นเพื่อเลื่อนหน้าจอลง! หลายๆ คนเลยงงว่ามันเป็นไปตามธรรมชาติมากกว่ายังไงฟระ! @#$% เท่านั้นไม่พอเพราะระบบตั้งค่าดังกล่าวให้เป็นค่าเริ่มต้นเสียด้วยสิ ฉะนั้นไม่น่าแปลกที่หลายคนอยากจะโชว์นิ้วกลางให้กับนวัตกรรมนี้… – _ -’ แต่ก็ยังดีที่สามารถเข้าไปเปลี่ยนไป Preference ได้

6. ลาก่อน Rosetta

     ปัญหาต่อมาที่พบบน Lion ก็คือ Apple ได้หย่าขาดกับน้อง Rosetta ยูทิลิตี้ที่ช่วยให้ Mac รุ่นซีพียู Intel สามารถรันแอ็พพลิเคชั่นสำหรับ Mac รุ่น PowerPC สุดเก่าแต่เก๋าได้ ตัวอย่างแอ็พที่ว่านี้ก็คือ Quicken  โปรแกรมจัดการเงินที่หลายคนบ่นว่ายังไม่มีทางเลือกอื่นที่สามารถทำได้ดีเท่า แต่ถ้าใครที่ไม่ได้ใช้แอ็พแบบนี้อยู่แล้วก็ไม่ใช่เป็นอุปสรรคอะไร

7. Lion ใช้งานยาก!?

     ส่วนตัวต้องบอกว่า ไม่จริงเลย โดยเฉพาะกับใครที่คุ้นเคยกับ iPhone และ iPad มาก่อนแล้วจะสามารถทำความคุ้นเคยได้ไม่ยาก ส่วนตัวที่ชอบมากก็คือ Launchpad ซึ่งก็คือหน้าจอ Home Screen บน iOS นั่นเอง หน้าจอนี้จะเป็นศูนย์รวมแอ็พพลิเคชั่นทุกอย่างที่ติดตั้งอยู่ในเครื่องให้สามารถเรียกใช้งานได้ง่าย แถมยังสามารถจัดกลุ่มได้เหมือนกับบน iOS ด้วย แต่ถ้าจะให้สนุกต้องใช้งานร่วมกับ Trackpad เพราะจะได้เลื่อนนิ้วไปมาหรือลากไอคอนต่างๆ ได้อย่างสะดวก การควบคุมหน้าจอต่างๆ บน Mission Control ก็สามารถทำได้อย่างสะดวกและมีแอนิเมชั่นที่ใหลลื่น ที่เหลืออย่าง Mail ก็ถูกปรับแต่งให้เหมือนกับเวอร์ชั่น iOS  ไม่ผิด ส่วน All My Files ที่อยู่ใน Finder ก็มอบความสะดวกในการตามหาไฟล์ที่เข้าไปในเครื่องใหม่ได้มาก โดยไม่ต้องกังวลอีกต่อไปว่าโหลดแล้วลืมว่าเอาไปเก็บไว้ไหน แถมสามารถใช้งานร่วมกับ gesture ในการไล่ดูไฟล์ได้ด้วย! Safari ก็เร็วขึ้นทันตาพร้อมกับการเลื่อนดูหน้าก่อนหลังได้โดยใช้งานร่วมกับ gesture ลากนิ้วซ้ายขวา เป็นต้น

8.  รับไม่ได้กับอินเตอร์เฟสสีโทนเดียว

     ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดอีกข้อหนึ่งของ Lion ก็คือ อินเตอร์เฟสหลายๆ ส่วนของระบบได้เปลี่ยนไปใช้สีโทนเงินอะลูมิเนียม เช่นไอคอน Lunchpad รูปจรวด ซึ่งเหมือนกับของ iCloud ที่กำลังจะเปิดให้บริการไม่ผิด รวมทั้งไอคอนต่างๆ บนไซด์บาร์ทางซ้ายของ Finder ด้วยที่เปลี่ยนเป็นโทนสีเทาหมด นอกจากนั้นปุ่ม ปิด ย่อ และขยายบริเวณซ้ายบนของแต่ละแอ็พพลิเคชั่นนั้น ถึงแม้จะยังคงสีแดง เหลือง และเขียวตามลำดับไว้ แต่ก็มีโทนสีหม่นลงเห็นได้ชัด จะว่าไปการใช้โทนสีเดียวก็ไม่ผิดอะไร เพราะจะทำให้หน้าจอในภาพรวมดูกลมกลืนกัน ทั้งยังช่วยผลักดันให้ปุ่มบนแอ็พพลิเคชั่นที่สำคัญจริงๆ ดูโดดเด่นขึ้นมา

9. ใช้ Airdrop ไม่ได้!?

     Airdrop คือลูกเล่นการแบ่งปันไฟล์ระหว่างเครื่อง Mac ผ่านระบบ WiFi ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการทำงานเป็นกลุ่มได้มาก โดยระบบจะสแกนเครื่อง Mac ที่อยู่ในระบบเครือข่ายเดียวว่ารองรับระบบนี้หรือไม่ ถ้ารองรับก็จะปรากฏชื่อเจ้าของเครื่องขึ้นมาแล้วก็ใช้งานได้เลย น่าเสียดายที่มีแต่เฉพาะ Mac ตามรายชื่อต่อไปนี้ที่รองรับ

        – MacBookPro (Late 2008 or newer)
        – MacBook Air (Late 2010 or newer)
        – MacBook (Late 2008 or newer)
        – iMac (Early 2009 or newer)
        – Mac Mini (Mid 2010 or newer)
        – Mac Pro (Early 2009 with AirPort Extreme card, or Mid 2010)

10. Scroll bar หาย?

     นอกจากกรรมวิธีการใช้นิ้วลากขึ้นลงหน้าจอจะเปลี่ยนไปแล้ว Scroll bar ด้านข้างก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน เพราะว่าในหน้าจอบนแอ็พอย่าง Finder, Safari และบนแอ็พส่วนใหญ่ที่รันบน Mac ประเภทที่มี Trackpad ติดมาให้้ด้วยนั้นจะไม่ปรากฏ Scroll bar ด้านข้างมาให้ แต่จะโผล่ขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเราใช้นิ้วสัมผัสเลื่อนขึ้นลง นอกจากนั้นสียังเปลี่ยนเป็นเทาจางๆ พอให้มองเห็นได้ เพื่อไม่ให้เตะตาเกินไปอีกด้วย

11. แสดงผลแอ็พพลิเคชั่นแบบเต็มจอ!

     อีกหนึ่งลูกเล่นที่เห็นได้ชัดว่าได้รับอิทธิพลมาจาก iOS ซึ่งในแง่การใช้งานจริงแล้วมีประโยชน์มากโดยเฉพาะกับเครื่องที่มีหน้าจอเล็กๆ อย่าง MacBook Air เพราะจะช่วยให้ดูเหมือนกับว่าหน้าจอเราขยายใหญ่ขึ้น แถมยังช่วยขจัดสิ่งรบกวนสายตาตอนทำงานอีกด้วย

12. I drank the KoolAid?

     อันนี้ต้องยอมรับว่างง เพราะไม่รู้ว่ามันไปเกี่ยวกับอะไรกับ Lion รู้แต่เพียงว่าสำนวนนี้หมายถึง การเชื่ออะไรง่ายๆ โดยไม่ได้ไตร่ตรองหาข้อเท็จจริงก่อน

13. อันนี้ก็งง แล้วละครเงามือมันไปเกี่ยวอะไรกับคอมพิวเตอร์ -_-’

14. กรูคือมหาเทพผู้พิชิตสิงโต  5๕ห้าฮ่า!

15. ไม่สน อั๊วใช้ Windows :P

     สรุปสั้นๆ ง่ายๆ คือ ด้วยราคา 29.99 เหรียญนั้นนับว่าคุ้มค่าต่อการอัพเกรดมาก โดยเฉพาะกับผู้ที่ใช้งานร่วมกับ trackpad เป็นประจำจะรู้สึกได้เลยว่า Lion สามารถตอบสนองต่อระบบสัมผัสได้ดีกว่า สำหรับผู้ใช้งานคีย์บอร์ดกับเมาส์ทั่วไปก็จะรู้สึกได้ถึงหน้าจออินเตอร์เฟสสีโทนเดียวที่อาจดูแปลกตาไปบ้าง แต่ก็เห็นได้ชัดว่าทุกอย่างดูกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน ทั้งยังมีลูกเล่นน่าสนใจอย่าง Airdrop หรือการเซฟงานอัตโนมัติที่ช่วยมอบประสบการณ์ใช้งานใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดี รับรองไม่เสียดายเงินแน่ครับ

1 ดาว2 ดาว3 ดาว4 ดาว5 ดาว (1 โหวต, เฉลี่ย: 5.00)
Loading ... Loading ...

Leave your response!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.