Home » มุมไอทีอัพเดท

ปีหน้า’HTC’พลิกแซง’BB’?

ศูนย์วิจัยตลาดโทรคมนาคมในสังกัดรัฐบาลไต้หวัน ประกาศผลสำรวจล่าสุดที่พบว่าผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ของไต้หวันมีแนวโน้มครองตำแหน่งผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอันดับ 4 ของโลกได้ในปี 2012 ที่จะถึงนี้ โดยจะขึ้นแทนที่ยักษ์ใหญ่จากแคนาดาอย่างแบล็กเบอรี่หรือบีบีไปด้วยส่วนแบ่งตลาดที่มากกว่า คาดเฉพาะปีนี้ เอชทีซีจะทำยอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนสถิติใหม่ทะลุ 50 ล้านเครื่อง

 

เล่นแบล็กเบอร์รี่เสี่ยงสายตาสั้น

       
       ศูนย์วิจัย Market Intelligence Center (MIC) ในเครือสถาบันสารสนเทศ Institute for Information Industry ของรัฐบาลไต้หวัน เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เอชทีซี (HTC) ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอันดับที่ 5 ของโลกในขณะนี้จะสามารถจัดส่งสินค้าได้มากกว่าริม (Research in Motion : RIM) ซึ่งนั่งเก้าอี้ผู้ผลิตอันดับ 4 ได้ในปีหน้า (2012) เท่ากับบีบีกำลังจะถูกเขี่ยตกเก้าอี้ในช่วง 6 เดือนนับจากนี้
       
       MIC มองว่า ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เอชทีซีสามารถจัดส่งสมาร์ทโฟนสู่ตลาดได้มากขึ้นในปีนี้และปีหน้า คือการเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการทั้งแอนดรอยด์และวินโดวส์โฟน โดยเอชทีซีกลายเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของทั้ง 2 ระบบปฎิบัติการซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นแน่นอนในปีหน้า ขณะที่ระบบปฏิบัติการอื่นจะมีสัดส่วนการขยายตัวที่น้อยกว่า
       
       การขยายตัวของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) นั้นคาดกันว่าจะมีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 40% ใน 2012 เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่มีสัดส่วนราว 38% ขณะเดียวกัน การขยายตัวของระบบปฏิบัติการวินโดวส์โฟน (Windows Phone OS) ก็คาดว่าจะมีส่วนแบ่งตลาดไม่น้อยกว่า 17% ในปีหน้า ผลจากการร่วมมือกับโนเกีย (Nokia) ซึ่งประกาศว่าจะใช้วินโดวส์โฟนเป็นระบบปฏิบัติการหลักแทนซิมเบียนตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นไป
       
       เอชทีซีนั้นส่งสัญญาณว่าได้ประโยชน์จากการขยายตัวของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์มาตั้งแต่ปีที่แล้ว (2010) โดยตัวเลขรายรับรวมทั้งปีของเอชทีซีนั้นเพิ่มเป็น 2.78 แสนล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 2.78 แสนล้านบาท) จากที่เคยทำได้ 1.44 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2009 บนตัวเลขกำไรสุทธิพุ่งกระฉูด 75% ปิดที่ 3.9 หมื่นล้านดอลลาร์ ยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนทั้งปีคือ 24.6 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 2 เท่าตัวจาก 11.7 ล้านเครื่องในปี 2009 ทั้งหมดนี้ไม่แปลกที่เอชทีซีจะมีมูลค่าหุ้นรวมแซงหน้าโนเกียและซัมซุงตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา

 

เฉพาะไตรมาสแรก (ม.ค.-มี.ค.) ที่ผ่านมาไตรมาสเดียว เอชทีซีระบุว่าสามารถจัดส่งสมาร์ทโฟนเกิน 9.7 ล้านเครื่อง ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 40% ของยอดจัดส่งปี 2010 ทั้งหมดนี้ทำให้ MIC คาดว่ายอดจัดส่งสมาร์ทโฟนของเอชทีซีปีนี้จะมีไม่ต่ำกว่า 50 ล้านเครื่องแน่นอน
       
       การวิเคราะห์ของ MIC เชื่อว่าระบบปฏิบัติการไอโอเอส (iOS) ของแอปเปิลจะขยายตัวเพียง 1 จุด จาก 18% เป็น 19% ในปีหน้า ขณะที่ริมซึ่งเอชทีซีจะขึ้นมาแทนที่นั้นคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตที่ไม่สูงเช่นกัน ทำให้เอชทีซีมีช่องทางแซงหน้าไปได้ไม่ยาก ซึ่งเมื่อพิจารณาตัวเลขกำไรที่ลดลงจาก 934 ล้านเหรียญเหลือ 695 ล้านเหรียญที่ริมทำได้ในไตรมาสแรกปีที่แล้ว และยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนที่ทำได้ต่ำกว่าเป้าหมายไป 3 แสนเครื่อง โดยริมเคยประเมินว่าทำได้ 13.5 ล้านเครื่อง แต่ทำได้เพียง 13.2 ล้านเครื่อง ล้วนแสดงถึงแนวโน้มว่าริมมีโอกาสสูงที่จะถูกเอชทีซีแซงหน้า
       
       อย่างไรก็ตาม ริมยังคงแสดงศักยภาพที่เหนือกว่าเอชทีซีในเรื่องรายรับรวม เฉพาะไตรมาสแรกของปีที่ผ่านมา ริมสามารถทำรายได้ 4,900 ล้านเหรียญ (ราว 1.47 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้น 16% จากปีที่แล้วซึ่งทำได้ 4,240 ล้านเหรียญ ซึ่งทั้งหมดนี้ริมประกาศนโยบายเร่งด่วนว่าจะรัดเข็มขัดให้บริษัทมีค่าใช้จ่ายที่น้อยลง เพื่อให้บริษัทมีผลกำไรที่เพิ่มขึ้น
       
       สำหรับตัวเลขที่น่าสนใจอื่นๆจากการสำรวจของ MIC คือการพยากรณ์ว่าอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของไต้หวัน ทั้งธุรกิจโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน รวมถึงการผลิตชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องจะมีอัตราเติบโตไม่ต่ำกว่า 30% คาดว่าจะมีมูลค่าผลิตภัณฑ์ 1.7 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวันภายในปีนี้ ซึ่งมีทางเป็นไปได้สูงเพราะไต้หวันก็เป็นหนึ่งในฐานการผลิตชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือแบรนด์ดังระดับโลกอย่างไอโฟน (iPhone)
       
 ที่มา : HTC

1 ดาว2 ดาว3 ดาว4 ดาว5 ดาว (ยังไม่มีคนโหวต)
Loading ... Loading ...

One Comment »

  • Gregory Despain said:

    I just want to say I am just newbie to blogs and seriously loved your web page. Almost certainly I’m planning to bookmark your website . You surely have really good article content. Kudos for revealing your webpage.

Leave your response!

Add your comment below, or trackback from your own site. You can also subscribe to these comments via RSS.

Be nice. Keep it clean. Stay on topic. No spam.

You can use these tags:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

This is a Gravatar-enabled weblog. To get your own globally-recognized-avatar, please register at Gravatar.